กลับไปยังรายบอร์ด
เค้ากลัวอ่ะ......พี่แมวไวมากอัพข่าวทันเหตุการณ์ด ...
tadtad โพสต์เมื่อ 7-7-2013 13:33


จายเย็นๆจ้า นานๆตกที อิอิ
sakdath
ตร.ไทรน้อยอ้างลืมมีผู้ต้องหาอยู่ในห้องขัง
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 12:35 น.


http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=RdK44KgbVps

ไฟไหม้โรงพักไทรน้อย สลดตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เผ่นแนบ ลืมในห้องขังมีผู้ต้องหา 4 คนถูกขังอยู่ โดนไฟคลอกเขม่าควันปกคลุมสิ้นใจตายอนาถทั้งหมด สิบเวรอ้างขณะตกใจวิ่งหนีลืมว่ามีคนอยู่ในห้องขัง

เมื่อเวลา 03.58 น. วันที่ 7 ก.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เกิดเหตุไฟไหม้ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี  โดยต้นเพลิงอยู่บริเวณด้านหลังของชั้น 2 และลุกลามมายังบริเวณชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องเก็บวัสดุ ติดกับห้องผู้ต้องขัง  เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถน้ำดับเพลิงเกือบ 10 คัน เข้ามาระงับเหตุนานประมาณ 3ชม. เพลิงจึงสงบ
พ.ต.อ.ศุภากร ผิวอ่อน  ผกก.สภ.ไทรน้อย เปิดเผยว่า  หลังเหตุการณ์สงบ ได้เข้าไปตรวจสอบสภาพความเสียหาย พบผู้ต้องหาชายเสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าของ สภ.ไทรน้อย ระเบิด แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบสาเหตุและความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมาช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ทราบชื่อนายวิสูตร คงยืน ผู้ต้องหาคดียาเสพติด  นายเจิด สรงภู่  ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.อาวุธปืน  นายวสันต์ ศรศิลป์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดีเมาสุราอาละวาด  และนายณจิรพงศ์ วงศ์อนันต์ ญาติๆได้เดินทางมาดูสภาพศพของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 50 คน  โดยทั้งหมดเรียกร้องให้ตำรวจรับผิดชอบพร้อมทั้งด่าทอต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นนานกว่า 20 นาที  ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ญาติบางคนที่เป็นผู้ชายวัยรุ่นที่สูญเสียพ่อถึงกับกระโดดเข้าชกต่อยตำรวจ  ส่วนที่เป็นหญิงบางรายก็ต่างเป็นลมล้มฟุบ
จนกระทั่งทาง พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 นายวิเชียร พุฒิวิญญู  ผวจ.นนทบุรี  ได้เชิญญาติของผู้ต้องหาที่เสียชีวิตเข้าพบปรึกษาหารือ พร้อมทั้งรับปากว่าจะตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงและเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป  ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตต่างก็ยังโกรธแค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตในครั้งนี้และยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจกันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้มีรายงานว่า ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรอยู่ภายในโรงพัก 5 คน โดยผู้มีหน้าที่ควบคุมห้องคุมขัง ได้รายงานให้กับทางนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รุดไปสอบสวนว่า ขณะไฟไหม้รู้สึกตกใจ จึงรีบวิ่งหนีตายออกมาภายนอก โดยลืมคิดว่ามีผู้ต้องหายังอยู่ภายในห้องขัง
ด้าน  พล.ต.ท.นเรศ  กล่าวว่า  ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น 2 ชุด โดยชุดแรก เป็นการสอบสวนตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรได้ให้การช่วยเหลือ หรือระงับเหตุเพียงใด เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดโทษทางวินัย ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนอีกชุดหนึ่งนั้นมี ผวจ. ร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด และการเยียวยาผู้ตาย
“สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเบื้องต้นที่สอบถาม สิบเวรที่เข้าเวรช่วงนั้น ว่าเกิดเหตุหม้อแปลงระเบิดและไฟดับทำให้มืดมาก สิบเวรจึงหนีตายเอาตัวรอด จนลืมว่ามีผู้ต้องหาอยู่ในห้องขัง เมื่อจะเข้าไปช่วยก็มีแสงเพลิงและควันจำนวนมากจนเข้าไปไม่ได้แล้ว และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะสำลักควันจนเสียชีวิตทั้งหมด”ผบช.1กล่าว.
sakdath
งามไส้ประเทศ!โชเฟอร์แท็กซี่โหดฟันหัวฝรั่งดับสยอง
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 23:38 น.







http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=xPL7jBvGt1M

แท็กซี่กะซวกโหดฆ่ามะกันตายสยอง เหยื่อดีกรีผู้จัดการบริษัทดัง พยานแฉเห็นโดยสารรถแท็กซี่มาจอดก่อนจะลงมาทะเลาะกับโชเฟอร์ เมื่อเดินหนีกลับถูกอีดาบไล่ฟัน แม้พยายามสู้แต่พลาดท่าถูกจ้วงยับดับสังเวยแค้นคาหน้าร้านให้เช่าชุดเจ้าสาว

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ร.ต.ท.ธนภัทร กังรวมบุตร พนักงานสอบสวน สน.บางนา เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 21.30 น. วันที่ 6 ก.ค. รับแจ้งมีผู้ถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านให้เช่าชุดแต่งงาน “มิสแซทเทอเดย์” ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 68 แขวงและเขตบางนา จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปณัดดา รอง ผกก.(สส) ฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบนทางเท้าพบศพนายทรอย ลี พิลคิงตัน อายุ 51 ปี สัญชาติอเมริกา นอนคว่ำจมกองเลือด มีแผลถูกฟันเป็นฉกรรจ์ที่ศีรษะ หน้าอก และข้อมือซ้าย เลือดไหลกระเซ็นเปรอะพื้น ข้างศพพบโทรศัพท์มือถือ และถุงใส่สลัดผักตกอยู่ ริมถนนพบปลอกมีดสีดำยาวประมาณฟุตครึ่งตกอยู่จึงเก็บเป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายโดยสารมากับรถแท็กซี่รับจ้าง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัสติส สีชมพู ทะเบียน ทว 6549 กรุงเทพมหานคร และมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นผู้ตายกับคนขับซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ อายุประมาณ 30 ปี สูง 165 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่า ลงมาทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง ก่อนผู้ตายจะพยายามเดินหนี คนขับจึงหันไปคว้ามีดดาบในรถมาไล่ฟันกัน แต่ผู้ตายเสียท่าถูกคนขับจ้วงแทงดังกล่าว ก่อนจะพยายามนำมีดไปทิ้ง แต่ช่วงนั้นมีคนพลุกพล่านผ่านไปมา จึงเปลี่ยนใจวิ่งไปขึ้นรถขับหนีมุ่งหน้าไปทางบางจากอย่างรวดเร็ว

พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบนามบัตรระบุบว่าผู้ตายเป็นผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำหน่ายรถแบ็กโฮ ย่านพระโขนง โดยจากการประมวลเหตุคาดว่าทั้งคู่คงมีปากเสียงทะเลาะกันตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว ก่อนจะจอดลงมาไล่ทำร้ายกันดังกล่าว ซึ่งทางชุดสืบสวนได้เบาะแสเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกพบเห็นทะเบียนรถคันที่ก่อเหจุอย่างชัดเจน ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นของสหกรณ์แห่งหนึ่งย่านอินทรามระ จึงรีบประสานพร้อมแจ้งวิทยุเข้าสกัดจับ ส่วนชนวนเหตุตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดคงต้องรอให้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เสียก่อน ทั้งนี้อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้พบเห็นผู้ก่อเหตุหรือรถคันดังกล่าวรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมโชเฟอร์โหดรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.
sakdath
งามไส้ประเทศ!โชเฟอร์แท็กซี่โหดฟันหัวฝรั่งดับสยอง
วั ...
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 14:25

รวบแล้วแท็กซี่โหดฟันฝรั่งดับ
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 13:40 น.

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=CGDN5g3mq2Y

สืบบางนาบุกรวบโชเฟอร์แท็กซี่โหดฟันหนุ่มใหญ่มะกันดับ อ้างโมโหถูกฝรั่งปาแก้วกาแฟใส่หน้าเพราะหาว่าโกงค่าโดยสาร


เมื่อวันที่ 7 ก.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคนร้ายเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ใช้อาวุธมีดยาวกว่า 1 ฟุต ครึ่ง ทำร้ายร่างกายนายทรอย ลี พิลคิงตัน อายุ 50 ปี ชาวอเมริกัน เป็น ผจก.ฝ่ายประสานงานบริการลูกค้า บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านตัดเสื้อผ้าแต่งงานมิส แซทเธอร์เดย์  ใกล้ซอยสุขุมวิท 68 แขวงและเขตบางนา กทม. ก่อนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว 6549 กรุงเทพมหานคร  หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า  ล่าสุด  พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ  จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา  พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผกก.สส.สน.บางนา  พ.ต.ท.ธีรยุทธ ใหม่แปง สว.สส. พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส. และ ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ วงค์สิงห์ รอง สว.สส. นำกำลังเข้าจับกุม นายเชิดชัย หรือเชิด อุตมะชะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ 14 ต.ภูเงิน อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด  คนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว  พร้อมของกลางรถแท็กซี่   เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน และรองเท้าหนังสีน้ำตาล ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุได้ที่ลานจอดรถเกตุลอย อพาร์ทเม้น กลางซอยเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 ซอย 46 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากหลังจากเกิดเหตุทางพ.ต.ท.ภาสกร  นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางนา ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทราบรายละเอียดของรถแท็กซี่คันดังกล่าวอย่างชัดเจน จากนั้นทำการตรวจสอบพบว่า นายเชิดชัย เป็นผู้ขับ จึงได้ประสานอู่ สหกรณ์แท็กซี่อิสระ ที่สำนักงานใหญ่อยู่ภายในซอยอินทามระ 8 จนทราบว่ารถแท็กซี่คันนี้เป็นรถของสหกรณ์สำนักงานย่อย ที่ย่านประชาชื่น จึงนำกำลังไปสอบถามจนทราบว่าคนร้ายได้ทำการเช่าซื้อรถคันดังกล่าวไปจากอู่แล้ว ต่อมาทราบว่าคนร้ายพักอยู่ที่ห้องเลขที่ 207 ชั้น 2 เกตุลอย อพาร์ทเม้น  จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนช่วงเช้ามืดคนร้ายได้ขับรถที่ตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
สอบสวนนายเชิดชัย ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เรียกรถแท็กซี่ที่บริเวณฝั่งตรงกันข้ามหางเซ็นทรัล บางนา ให้ไปส่งที่พักภายในซอยสุขุมวิท 85 ระหว่างรถติดขัดบริเวณจุดเกิดเหตุ นายทรอยได้โวยวายว่าถูกโกงค่าโดยสาร  ซึ่งขณะนั้นมิเตอร์ขึ้นราคา 51 บาท ก่อนเปิดประตูลงจากรถไป   ตนจึงเปิดหน้าต่างฝั่งซ้ายเพื่อทวงเงินค่าโดยสาร แต่กลับถูก ผู้ตายปาแก้วกาแฟที่ถือมาด้วยใส่  ด้วยความโมโหจึงเปิดประตูเดินไปหยิบมีดดาบที่เก็บไว้ท้ายรถ  เดินถือไปตั้งใจเพียงแค่ข่มขู่ผู้ตายเท่านั้น  แต่นายทรอยเกิดคิดต่อสู้  พยายามวิ่งเข้าประชิดตัว   ตนตกใจจึงใช้มีดฟันไปโดยไม่ยั้งมือ  ก่อนมีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนผู้ตายล้มลงเสียชีวิต  หลังจากนั้น จึงรีบขึ้นรถขับหลบหนีไปตามเส้นสุขุมวิท 64 แล้วนำมีดไปโยนทิ้งบริเวณคลองโครงการพระราชดำริ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แต่จำจุดไม่ได้แน่นอน  ส่วนเสื้อเชิ้ตนำไปทิ้งที่ริมถนนมอเตอร์เวย์ ปากซอยกาญจนาภิเษก 45 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.   กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาติดตามจับกุมตัวได้
sakdath
วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:45 น. ข่าวสดออนไลน์


สลด! บิ๊กไบก์ชนตู้โดยสารเจ้าคณะจังหวัดปราจีนฯ มรณภาพ


เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 ก.ค. ร.ต.ท.บุญส่ง  ยิ่งยง ร้อยเวรสอบสวน สภ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหน้าซุ้มประตูทางเข้าวัด พรหมเสนาราม ริมถนนสุวินทวงศ์ สาย 319 หมู่ 4 ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูปราจีนบุรี ว่า มีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ชนรถยนต์ตู้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส2 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรีบนำส่ง รพ.ศรีมโหสถ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิต


ที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านมุงดู บางรายยืนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ใกล้กันพบคนเจ็บรายแรกเป็นพระภิกษุคือพระครูอุดมธัมโมภาษณ์  หรือ หลวงพ่อ สว่าง  ธิตธัมโม เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี – สระแก้ว (ธรรมยุต) อายุ 80
ปี ถูกชนอัดติดอยู่ภายในรถยนต์ตู้ โตโยต้า สีขาวหมายเลขทะเบียน นข 3276
ปราจีนบุรี ข้างคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งให้การช่วยเหลือนำร่างหมดสติส่งโรงพยาบาลศรีมโหสถเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือเป็นการด่วน


ผู้บาดเจ็บอีกราย ทราบชื่อ นายภาคิน เผือกพูนผล อายุ 17
ปี เป็นนักศึกษาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา อยู่บ้านเลขที่ 24/1หมู่ 7 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา นอนคว่ำหน้าคุดคู้แขนขาหักอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่น นินจา สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจึงนำส่งโรงพยาบาล แต่เนื่องจากทั้ง 2 รายมีอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสำรวย  พันธ์ธรรม อายุ60 ปี ขับรถตู้มากับเจ้าคณะจังหวัดกลับจากกิจนิมนต์เป็นอุปัชฌาย์ ที่วัดแก้วพิจิตร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เมื่อมาถึงหน้าวัดนายสำรวยได้เลี้ยวรถข้ามมาอีกฝั่งเพื่อเข้าวัดซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่นาย ภาคิน ขับรถจักรยานยนต์ มาด้วยความเร็วเพื่อไปเลี้ยงอาหารเด็กโรงเรียนโสตศึกษาพิเศษ ปราจีนบุรี กับกลุ่มเพื่อนบิ๊กไบก์  หยุดไม่ทันจึงพุ่งชนด้านข้างซ้ายที่เจ้าคณะจังหวัดนั่งมาอย่างจนจนยุบส่งผลให้เจ้าคณะจังหวัด มรณภาพและนายภาคิน คนขับ จยย.บิ๊กไบก์เสียชีวิตที่รพ.

sakdath
วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:26 น. ข่าวสดออนไลน์


บึ้มพุทธคยาอินเดียสงฆ์เจ็บ 2 แต่ต้นศรีมหาโพธิ์-เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ปลอดภัย




เมื่อ 7 ก.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายระลอกที่วัดพุทธคยา ในรัฐพิหารทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ทำให้มีพระสงฆ์บาดเจ็บ 2 รูป แต่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเจดีย์พุทธคยาอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้รับความเสียหาย

ตำรวจเผยว่าระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา5.15น.ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นตามมาอีกหลายครั้งจนครบ 8 ครั้ง รวมเวลาครึ่งชั่วโมง ในจำนวนนี้ 2 ครั้งเกิดขึ้นใกล้ต้นโพธิ์ ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดกำลังตรวจสอบ พร้อมกันนี้ได้สั่งวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลวัดแล้ว




sakdath
เอเซียนาแอร์ไลน์สตกที่สนามบินซานฟราน
วันอาทิตย์ที่  ...
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 11:13


เอเชียน่าแอร์ไลน์ กระแทกรันเวย์สนามบินซานฟรานซิสโก เสียชีวิตแล้ว 2 ราย !



http://edition.cnn.com/



http://edition.cnn.com/2013/07/06/us/california-plane-incident/index.html?hpt=hp_t1
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และบีบีซี รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า ได้เกิดเหตุเครื่องบินโดยสาร สายการบินเอเชียน่า ของเกาหลีใต้ ประสบอุบัติเหตุดิ่งลงกระแทกรันเวย์ขณะร่อนลงจอดบนรันเวย์ท่าอากาศยานนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย หลังบินจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมผู้โดยสารบนเครื่องราว 291 คน และลูกเรือ 16 คน
มีผู้โดยสารที่อยู่ในเทอร์มินอลได้ถ่ายภาพเครื่องโบอิ้ง 777 ลำดังกล่าวและอัพโหลดคลิปลงเว็บไซต์ยูทูป โดยในคลิปมองเห็นกลุ่มควันไฟลุกท่วมออกมาจากตัวเครื่อง และสไลเดอร์ทางลงฉุกเฉินถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบิน ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์แล้ว
หลังอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 182 คน โดย 10 คน มีอาการสาหัส และมีผู้เสียชีวิต 2 รายซึ่งถือพาสสปร์อตจีน ขณะที่ยังมีผู้ที่ยังสูญหายอีก 1 คน พนักงานดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยรุดเข้าไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจุดเกิดเหตุจำนวนมาก
sakdath
ทางด้านนายเดวิด อึน ผู้บริหารบริษัทซัมซุง เกาหลีใต้ หนึ่งในผู้โดยสารที่มากับเครื่องเอเชียน่า เขียนทวิตเตอร์และโพสต์ภาพหลังเครื่องบินตกและหนีออกมาจากเครื่องได้โดยปลอดภัย พร้อมระบุว่า หางของเครื่องบินฉีกขาดออกทั้งหมด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งลำเลียงอพยพคนออกจากเครื่องและดูเหมือนว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จะปลอดภัย
"คิดว่าทุกคนคงปลอดภ้ย ผมก็ปลอดภัยแล้ว เหลือเชื่อมาก ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้มาตั้งแต่ 9/11 (เหตุวินาศกรรม 11 กันยาฯ 2544) แล้ว" นายอึน ทวีตข้อความ
ล่าสุด นายโจฮัน เฮยส์- ไวต์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงซานฟรานซิสโก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตพบศพแล้ว 2 ราย สาบสูญ 1 ราย บาดเจ็บกว่า 100 ราย
sakdath
จายเย็นๆจ้า นานๆตกที อิอิ
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 14:17
โบอิ้งกระแทกพื้นรันเวย์ในซานฟรานซิสโก อาจเป็นความผิดของคน
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 19:09 น.


ผู้บริการของเอเชียนา แอร์ไลน์ส ยอมรับ เครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ตกกระแทกพื้นรันเวย์ที่สนามบินซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐ อาจไม่ได้เกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง และไม่ปฏิเสธเกิดความผิดพลาดจากคน


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ว่า นายยูน ยัง-ดู ประธานสายการบินเอเซียนา แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ ที่ประสบอุบัติเหตุตกกระแทกพื้นทางวิ่ง ขณะร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เมื่อเวลาก่อนเที่ยงวันเพียงเล็กน้อยของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 คน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ไม่ใช่เกิดจากปัญหาเครื่องยนต์ และไม่ปฏิเสธเกิดจากความผิดพลาดของคน แต่ก็กล่าวว่า นักบินมีประสบการณ์สูง มีชั่วโมงบินสูงถึง 10,000 ชั่วโมง
ผู้โดยสารทั้งหมด 307 คน ได้รับบาดเจ็บ และในจำนวนนี้ มีจำนวน 49 คน บาดเจ็บสาหัส
เครื่องบินลำดังกล่าวตกกระแทกรันเวย์ ทำให้ส่วนหางขาด ซึ่งดูเหมือนว่าจะกระแทกกับกำแพงกันน้ำทะเล ผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง เล่าว่า เครื่องบินร่อนลงจอดเร็วเกินไปสลับกับช้าเกินไป แต่ก็ไม่มีสัญญาณเตือนถึงปัญหาใด ๆ ผู้โดยสารและลูกเรือต้องหลบหนีออกจากบันไดฉุกเฉิน ขณะที่เครื่องบินเกิดระเบิดจนไฟลุกท่วม
นายยูน แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง และกล่าวว่า ไม่มีคำเตือนภัยฉุกเฉิน และลูกเรือก็ไม่ได้แจ้งต่อผู้โดยสารให้รีบรัดเข็มขัดเพื่อเตรียมตัวลงจอด
sakdath
ระเบิดหลายระลอกถล่มพุทธคยา พระสงฆ์เจ็บ 2 ต้นศรีมหาโพธิ์ปลอดภัย
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:59 น.









มือมืดลอบวางระเบิดถล่มพุทธคยา 1 ใน 4 สังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก ในอินเดีย ทางการอินเดีย ยังจับมือใครดมไม่ได้ โชคดีที่วัดและต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้รับความเสียหาย มีพระสงฆ์จากทิเบตและพม่า ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ด้านนายกรัฐมนตรีอินเดียออกโรงประณาม พร้อมเร่งสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากเมืองปัตนะ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ว่า เกิดเหตุระเบิดขนาดไม่รุนแรงหลายครั้งในบริเวณวัดพุทธคยา ในอำเภอคยา รัฐพิหาร ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 ของสังเวชนียสถาน ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวพุทธทั่วโลก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้พระสงฆ์บาดเจ็บ 2 รูป แต่อาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในวัด ซึ่งรวมทั้งต้นพระศรีมหาโพธ์ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเป็นที่ตรัสรู้ขององค์พระตถาคต ไม่ได้รับความเสียหาย

นายมานโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุระเบิดดังกล่าว โดยระบุว่า การโจมตีศาสนสถานเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สามรถอดทน ขณะที่ นายอาร์.พี.เอ็น. ซิงห์ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ของอินเดีย กล่าวว่า ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุระเบิดครั้งนี้ และทางการอินเดียกำลังทำการสอบสวนเพื่อตรวจสอบว่าใครเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ ด้านเอส.เค. ภารัทวัจ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง กล่าวว่า ประตูด้านหนึ่งของวัดพุทธคยาได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีรายงานความเสียหายอื่น ๆ ต่อศูนย์กลางของชาวพุทธแห่งนี้ ส่วนผู้บาดเจ็บที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล คือชาวทิเบตคนหนึ่ง และผู้แสวงบุญอีกคนหนึ่งจากพม่า บาดเจ็บเล็กน้อย

นายอภัยนันทะ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐพิหาร เผยว่า ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ ซึ่งเชื่อกันว่า เจ้าชายสิทธัตถะนั่งบัลลังก์ใต้ร่มโพธิ์แห่งนี้ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในปี 531 ก่อนคริสต์กาล ไม่ได้รับความเสียหาย จากการเปิดเผยของผู้อยู่ในเหตุการณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า เกิดการระเบิดความดันต่ำไม่รุนแรงนักประมาณ 4 - 8 ครั้ง หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเฝ้าดูแลวัด ขณะที่ เอส.เค.ภารัทวัจ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังพบระเบิดเพิ่มอีก 2 ลูกภายในวัด แต่ก็ถอดสลักได้ โดยลูกหนึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ใกล้กับพระพุทธรูปขนาดความสูง 24 เมตร และกล่าวเพิ่มเติมว่า มีรายงานจากหน่วยข่าวกรองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการโจมตีวัดพุทธคยา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านี้

วัดพุทธคยาตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา ห่างจากฝั่งแม่น้ำประมาณ 350 เมตร เป็น 1 ใน 4 พุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุดในอินเดีย วัดอยู่ห่างจากเมืองปัตนะ เมืองเอกของรัฐพิหาร ไปทางทิศใต้ประมาณ 110 กม. วัดพุทธคยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2545. และยังเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากญี่ปุ่น ไทยและพม่า แต่เทศกาลแสวงบุญเริ่มในเดือนก.ย. สำหรับในอินเดียแล้ว เหตุการณ์โจมตีชาวพุทธเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ระยะหลังมีความตึงเครียดมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมในพม่า ศรีลังกาและบังกลาเทศ
sakdath
โบอิ้งกระแทกพื้นรันเวย์ในซานฟรานซิสโก อาจเป็นความผ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 20:09

"กล่องดำ" ชี้เครื่องบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ตกเพราะลงจอดพลาด
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 08:00 น.










ผลการสืบสวนเบื้องต้นของอุบัติเหตุเครื่องบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ตกกระแทกรันเวย์ที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก ในสหรัฐ พบว่ามาจากนักบินพยายามยกเลิกการร่อนลงในครั้งแรกเพื่อลงจอดใหม่ หลังพบความเร็วต่ำเกินไป แต่ทำไม่สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ถึงความคืบหน้าของการสืบหาสาเหตุเครื่องบินของสายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ตกกระแทกทางวิ่ง ( รันเวย์ ) ขณะร่อนลงจอดที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก โดยข้อมูลจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือ "กล่องดำ" ระบุ นักบินพยายามยกเลิกการร่อนลง หลังพบอัตราการร่อนลงต่ำกว่าปกติ แต่ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็นอุบัติเหตุในที่สุด

นายเดบอราห์ เฮอร์สแมน ประธานคณะกรรมการสอบสวนความปลอดภัยทางการขนส่งแห่งชาติ ( เอ็นทีเอสบี ) ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง "777-200 อีอาร์" สายการบินเอเชียนา แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน โอแซท 214  ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือรวม 307 คน แถลงว่าข้อมูลจากกล่องดำชี้ให้เห็นว่า นักบินพยายามปฏิเสธการลงจอด เพียง 1.5 วินาทีก่อนเกิดอุบัติเหตุ หลังพบว่าตัวเครื่องร่อนลงในอัตราความเร็วที่ต่ำกว่า 137 น็อต และระยะทางสำหรับนำเครื่องลงสั้นเกินไป

นักบินจึงพยายามเพิ่มความเร็วเพื่อนำเครื่องลงจอดใหม่ แต่ล้มเหลว เป็นเหตุให้หางเครื่องบินกระแทกกำแพงกั้นคลื่นที่ปลายรันเวย์ 28แอล จนหลุดกระเด็น และทำให้เครื่องไถลออกนอกรันเวย์ เกิดไฟลุกท่วม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 180 คน

อย่างไรก็ตาม เฮอร์สแมนย้ำว่า ข้อมูลนี้เป็นเพียงการสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น เจ้าหน้าที่จะรอให้กัปตันและผู้ช่วยนักบินหายจากอาการบาดเจ็บก่อน แล้วจะเชิญตัวมาสอบสวน จึงไม่อยากให้ด่วนสรุปในตอนนี้ว่า เป็นความผิดพลาดของนักบินฝ่ายเดียว

เที่ยวบินดังกล่าวของเอเชียนา แอร์ไลน์ส มีต้นทางมาจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จอดแวะส่งและรับผู้โดยสารชุดใหม่ที่สนามบินอินชอน ชานกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนเดินทางต่อมายังปลายทางที่สหรัฐ โดยในจำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่อง 307 คน นั้น เป็นผู้โดยสาร 291 คน และที่เสียชีวิตไป 2 คน เป็นเด็กสาวชาวจีนทั้งคู่ ซึ่งเดินทางเพื่อมาทัศนศึกษา
sakdath
จีนไว้อาลัย 2 เด็กสาวเหยื่อเครื่องบิน "เอเชียนา" ตกที่สหรัฐ
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 10:33 น.


รัฐบาลจีนร่วมไว้อาลัยให้แก่เด็กสาวชาวจีน 2 คน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินของสายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ตกกระแทกรันเวย์ ที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า ทางการจีนร่วมไว้อาลัยให้แก่เด็กสาว 2 คน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินของสายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" จากเกาหลีใต้ ตกกระแทกทางวิ่ง ( รันเวย์ ) ที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก ในสหรัฐ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของนางสาวเย่ เมิ่งหยวน และนางสางหวัง หลินเจี๋ย อายุ 16 ปี เท่ากัน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเที่ยวบินที่โอแซท 214 ของเอเชียนา แอร์ไลน์ส ตกกระแทกรันเวย์ที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันเสาร์ พร้อมกับเผยว่า ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลจีนประจำเมืองซานฟรานซิสโก และสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นชาวจีนอย่างเต็มที่ที่สุด ทั้งนี้ เด็กสาวทั้ง 2 คน รวมอยู่ในกลุ่มนักเรียน 60 คน ที่เดินทางไปเข้าค่ายฤดูร้อนที่สหรัฐ

เที่ยวบินที่ประสบอุบัติเหตุของเอเชียนา แอร์ไลน์ส บรรทุกผู้โดยสาร 291 คน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวอเมริกัน 66 คน ชาวเกาหลีใต้ 77 คน ชาวญี่ปุ่น 1 คน และชาวจีน 141 คน ซึ่งสำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศ ที่ยืนยันความปลอดภัยของชาวจีนแล้วอย่างน้อย 78 คน

มีรายงานด้วยว่า ทางการสหรัฐเพิ่มประเด็นในการสอบสวนด้วยว่า การที่หน่วยกู้ภัยรีบเข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารรายอื่น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการมองข้ามเด็กสาวทั้ง 2 คน ซึ่งติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของเครื่องบิน จนทำให้พวกเธอทนความเจ็บปวดไม่ไหวและเสียชีวิตหรือไม่
sakdath
เผยกัปตันเที่ยวบินมรณะ ไม่เคยขับ "777-200 อีอาร์"
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 11:08 น.


"เอเชียนา แอร์ไลน์ส" เผยกัปตันของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น "777-200 อีอาร์" ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกกระแทกรันเวย์ที่เมืองซานฟรานซิสโก ในสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ เพิ่งขับเครื่องบินรุ่นนี้เป็นครั้งแรก


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. สายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" เผยกัปตันผู้ควบคุมเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น "777-200 อีอาร์" ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกกระแทกรันเวย์ที่เมืองซานฟรานซิสโก ในสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ เพิ่งขับเครื่องบินรุ่นนี้เป็นครั้งแรก
แถลงการณ์โดยสารการบินอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ระบุ แม้กัปตันลี คัง-คุก วัย 46 ปี จะมีประสบการณ์ชั่วโมงบินมากกว่า 9,000 ชั่วโมง แต่เพิ่งขับเครื่องบินโบอิ้งตระกูล 777 มาได้เพียง 43 ชั่วโมงเท่านั้น หมายความว่า เขายังมีสถานะเป็นเพียง "นักบินฝึกหัด" สำหรับเครื่องบินตระกูลนี้  อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของเอเชียนาไม่ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่มอบหมายให้ลีทำหน้าที่กัปตันของเที่ยวบิน โอแซท 214 ที่ประสบอุบัติเหตุ ทั้งที่เขาไม่เคยขับเครื่องบินรุ่น 777-200 อีอาร์มาก่อน แต่เผยว่า นักบินที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ผู้ช่วยนั้น มีชั่วโมงบินกับเครื่องบินรุ่นนี้มากกว่า
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรกของเอเชียนา แอร์ไลน์ส นับตั้งแต่ปี 2536 ที่เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 737 ประสบอุบัติเหตุตกกลางหุบเขาในเกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิตมากถึง 68 ศพ..
sakdath
สาวควบเก๋งชนต้นสนตกเหมืองแร่
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 15:35 น.











สาวเจ้าของร้านมินิมาร์ท ควบเก๋งชนต้นสนกระเด็กตกขุมเหมืองแร่ดีบุกเก่าหลังวัดฉลอง ภูเก็ต หายไป 2 วัน เนื่องจากจมลึกถึง 10 เมตร สามีแจ้งหาย สุดอาถรรพ์ พี่สาวขี่รถจยย.ผ่านที่เกิดเหตุ เกิดขนลุก ชวนน้องชายมาตรวจหาจนพบ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ก.ค. พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต พ.ต.ท.กิตติพงศ์ คล้ายแก้ว รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ สวป.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ หนูผึ้ง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจจังหวัดภูเก็ตชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และชุดประดาน้ำเจ้าหน้าทีตำรวจน้ำกองกับการ 8 จ.ภูเก็ต ช่วยกัน งมหาร่าง น.ส.วัฒนา อิทธิสัน อายุ 27 ปี เจ้าของร้านมินิมาร์ท “ฟ้าใส มินิมาร์ท” ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภุเก็ต พร้อมรถฮ้อนด้า รุ่นแจ๊ส สีน้ำเงิน ทะเบียน กพ 8055 ภูเก็ต ที่บริเวณขุมเหมืองแร่ดีบุกเก่า หลังวัดไชยธาราราม(วัดฉลอง) ถ.หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จงภูเก็ต
หลังจากที่ ร.ต.อ.ธาดา โสดารักษ์ พนักงานสอบสวนสภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต รับแจ้งจาก นายพินิจ อิทธิสัน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/31 ม.4 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า น.ส.วัฒนา ภรรยาออกจากบ้านพร้อมรถคันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 21.00 น.วันที่ 6 ก.ค. ขณะนี้ยังไม่กลับบ้าน คาดถูกลวงไปชิงทรัพย์ หรือทำมิดีมิร้าย ซึ่งขณะนี้ทางญาติช่วยกันตามค้นหน้าแต่ยังไม่พบตัว จนกระทั่งเที่ยงคืนของวันที่ 7 ก.ค.พี่สาวผู้ตายขับรถจยย. มาถึงบริเวณดังกล่าวรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาดลใจ รู้สึกขนลุก จนชวนน้องชายที่มาด้วย จอดรถ เพื่อตรวจดู ปรากฏว่าพบร่องรอยลักษณะคล้ายรถยนต์ ชนต้นสนจนเปลือกหลุด มีสีคล้ายสีรถยนต์ของน้องสาวติดอยู่ที่บริเวณโคนของต้นไม้  และรอยล้อรถลงเป็นทางยาวต้นต้นหญ้าบริเวณดังกล่าว ล้มคล้ายเหมือนจะมีรถยนต์วิ่งตกลงไปในน้ำ จึงคาดว่ารถน่าจะตกลงไปจึงได้แจ้งขอให้นำทีมประดาน้ำช่วยงมค้นหาด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงนำชุดประดามน้ำมาค้นหา ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง จึงพบรถจมหงายท้องอยู่ใต้ขุมเหมืองลึกประมาณ 10 เมตร ห่างจากขอบขุมเหมืองประมาณ 50 เมตร โดยมีร่างของ น.ส.วัฒนา นอนเสียชีวิตอยู่ที่นั่งตอนหลัง คาดว่าระหว่างรถกระเด็นตกลงไปในน้ำจะถูกแรงน้ำอัดจนกระเด็นตกลงไปเบาะหลังดังกล่าว  จากนั้นใช้รถเคลนยกรถขึ้นมา ตรวจสอบในตัวน.ส.วัฒนา ยังมีทรัพย์สินสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น แหวนหนัก 1 สลึง 1 วง แหวนหนัก 50 สตางค์ 1 วง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ครบจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นปรากฎว่าตามร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด และทรัพย์สินต่างๆ ที่สามีแจ้ง อยู่บนร่างกายของผู้เสียชีวิตครบทุกชิ้น เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตขับรถมาด้วยความเร็วสูง หรืออาจจะเกิดอาการหลับในทำให้รถยนต์พุ่งชนต้นสนจนรถกระเด็นตกลงไปในขุมเหมือง เสียชีวิตดังกล่าว แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นจะทำการสอบสวนต่อไป..
sakdath
รวบแล้วแท็กซี่โหดฟันฝรั่งดับ
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาค ...
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 14:28

รับศพมะกันเหยื่อแท็กซี่โหดฟันดับ
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 15:14 น.




ญาติรับศพ ชาวมะกัน ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ แทงดับ ภรรยาไม่เชื่อสามีไม่เบี้ยวค่าโดยสาร กระเป๋าเงินเยอะ เชื่อถูกโกงค่ารถ เพราะเป็นคนไม่ชอบตนโกง ส่วนคนขับรถแท็กซี่ มือมีดถูกนำตัวส่งศาล

จากกรณีนายเชิดชัย หรือเชิด อุตมะชะ อายุ 32 ปีเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ใช้อาวุธมีดยาวกว่า 1 ฟุต ครึ่ง ทำร้ายร่างกาย นาย ทรอย ลี พิลคิงตัน อายุ 50 ปี ชาวอเมริกา เป็นผู้จัดการฝ่ายประสานงานบริการลูกค้า บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านตัดเสื้อผ้าแต่งงาน “มิส แซทเธอร์เดย์” ถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 68 แขวงและเขตบางนา กทม. เมื่อช่วงประมาณ 20.30 น. วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่อพาร์ทเม้นย่านประเวศ โดยทางผู้ต้องหาอ้างว่าโมโหที่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารเพียง 51 บาท รวมทั้งปาแก้วกาแฟใส่ จึงมีการลงไม้ลงมาจนนายทรอยเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ก.ค. นางกันธิมา พิลคิงตัน อายุ 38 ปี ภรรยาผู้ตาย พร้อมญาติเดินทางเข้ารับศพ นาย ทรอย ลี พิลคิงตัน หลังจากทางแพทย์นิติเวชฯ รพ.จุฬา ทำการผ่าพิสูจน์ศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนนำศพบรรจุโลงศพแบบศาสนาพุทธที่เตรียมมาขึ้นรถตู้
นางกันธิมา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเศร้า ว่า รู้สึกช็อก เสียใจ กับการสูญเสียสามีครั้งนี้ ซึ่งคบหา จดทะเบียนสมรสมากว่า 3 ปี ก่อนหน้านี้สามีได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ก่อนขอทางบริษัทมาทำงานประจำที่นี่เพื่อได้อยู่กินกัน ผู้ตายเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ไม่ชอบดื่มเหล้า เป็นคนสนุกสนานร่าเริง มีเพียงแต่ไม่ชอบคนโกง ซึ่งถ้าเจอสามีจะไม่ยอมเด็ดขาด วันเกิดเหตุสามีบอกว่าจะไปตัดผม นวดสปาที่ห้างเซ็นทรัล บางนา ก่อนมาทราบอีกทีว่าสามีได้เสียชีวิต ซึ่งไม่เชื่อว่าจะเกิดจากที่สามีไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารเนื่องจากผู้ตายมีเงินอยู่ในตัวจำนวนมากพอสมควร คาดว่าอาจจะถูกคนร้ายโกงค่าโดยสาร แล้วพยายามจะลงไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ
“ทั้งนี้ตนยังรู้สึกโกรธกับการกระทำของคนร้ายมาก ไม่น่าทำถึงขนาดต้องฆ่ากันแบบนี้ จิตใจทำด้วยอะไร ทำให้ไม่กล้าที่จะนั่งรถแท็กซี่อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ส่วนของพิธีทางศาสนา ตนและครอบครัวจะนำศพสามีไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดธาตุทอง ศาลา 12 เป็นเวลา 3 คืน แล้วจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.ค. นี้ จากนั้นจะนำกระดูกกลับไปที่รัฐไอดาโฮ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดและเป็นที่ฝังศพของพ่อสามีด้วย อย่างไรก็ตามในเรื่องคดีก็ปล่อยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม” นางกันธิมากล่าวทิ้งท้าย
เบื้องต้นผลการชันสูตรพลิกศพทางแพทย์นิติเวชฯ รพ.จุฬาออกมาว่า ผู้ตายได้เสียชีวิตจากสาเหตุ “ช็อคเสียเลือดมากจากบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกทะลุหัวใจ
นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทาง พ.ต.ท.นพดล สามารถ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บางนา พร้อมกำลัง ควบคุมตัว นายเชิดชัย หรือเชิด อุตมะชะ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหา พร้อมสำนวน ไปส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพระโขนง เพื่อดำเนินคดีตามขบวนการทางกฎหมายต่อไป..
sakdath
เผยกัปตันเที่ยวบินมรณะ ไม่เคยขับ "777-200 อีอาร์"
วันจัน ...
sakdath โพสต์เมื่อ 8-7-2013 17:04


sakdath
ไม่ทิ้งกัน! คนไทยในซานฟรานฯ ช่วยดูแล 2 แอร์ไทยเอเชียนาที่ประสบเหตุ



ASTVผู้จัดการ – บทพิสูจน์คนไทยไม่เคยทิ้งกัน คนไทยในซานฟรานซิสโกน้ำใจงาม เร่งประสานงานและเข้าช่วยเหลือ 2 แอร์โฮสเตสสาวไทยที่ประสบเหตุเครื่องบินสายการบินเอเชียนา เที่ยว 214 ประสบอุบัติเหตุ เผยเจอตัวแล้วทั้งคู่ “หมิว-อีฟ” โดยพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สแตนฟอร์ด
      
       จากอุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER ของสายการบินเอเชียนา เที่ยวบินที่ 214 ตกไถลกระแทกพื้นรันเวย์ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงก่อนเที่ยงของวันเสาร์ (6 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 182 รายนั้น ในเวลาต่อมามีข้อมูลเผยแพร่ออกมาว่าบนเครื่องบินที่ประสบเหตุลำดังกล่าวมีสาวไทยเป็นลูกเรืออยู่ด้วย 2 ราย
      
       หลังเกิดเหตุชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก และย่านใกล้เคียงจึงได้รวมตัวกันตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานช่วยเหลือ 2 คนไทยที่ประสบเหตุร้ายดังกล่าว โดยนายเจือ รัตนพันธ์ อดีตนายกสมาคมไทยในซานฟรานซิสโกได้เขียนเล่าเรื่อง ถ่ายทอดถึงประสบการณ์และความร่วมมือร่วมใจของชาวไทยในต่างแดนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ ขอนำมาเผยแพร่ดังนี้
      
       **************
      
       แอร์โฮสเตสไทยเผยนาทีระทึกใจ จากเหตุการณ์สายการบินเอเชียนาไฟลุกท่วมทั้งลำที่ซานฟรานฯ
      
       จากกรณีที่สายการบินแอร์เอเชียนาของเกาหลีใต้ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังจะร่อนแตะรันเวย์ที่สนามบินนานาชาติของซานฟรานซิสโก แต่ช่วงหางเครื่องบินไปกระแทกกับกำแพงรันเวย์ที่ยื่นอยู่ในอ่าวซานฟรานฯ ทำให้ลำตัวเครื่องกระแทกกับพื้นรันเวย์จนเป็นเหตุให้ไฟลุกท่วมทั้งลำ ผู้โดยสารกับลูกเรือกว่า 300 คนต้องหนีตายกันอลหม่าน และในจำนวนนั้นมีสองสาวไทยที่ทำหน้าที่เป็นลูกเรือบริการบนเครื่องบินรอดตายมาอย่างหวุดหวิด แต่ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
      
       เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มเด็กไทยในซิลิคอน วัลเลย์ ประกอบไปด้วย ลัดดา ประสมทอง, สิทธิพล รุจิรวัฒน์, เวร่า วงศ์จิรภาส และณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายประสานงานในการค้นหาข้อมูลเบื้องต้นว่า 2 แอร์โฮสเตสไทยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหน หลังจากที่ทราบจากบรรดาญาติของผู้เคราะห์ร้ายว่ามีสองแอร์สาวไทยอยู่ในลำนั้นด้วย จึงทำการค้นหาตามโรงพยาบาลต่างๆ จนในที่สุดได้พบว่าถูกส่งตัวมาทำการรักษาที่ รพ.ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุ คือ สนามบินซานฟรานซิสโกเพียง 30 นาที
      
       ขั้นแรกได้เจอ "น้องหมิว" (ชื่อเล่น) ส่วนชื่อจริงทาง รพ.ไม่ขออนุญาตที่จะเปิดเผย น้องหมิวเปิดเผยนาทีระทึกใจว่าในขณะที่เครื่องกำลังเตรียมตัวจะลงจอดที่สนามบินซานฟรานฯ อยู่ๆ เครื่องบินก็กระแทกโครมอย่างแรง และช่วงไม่กี่วินาทีก็กระแทกอีกโครมใหญ่เป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้จะแรงมาก น้องเขานั่งในที่นั่งของลูกเรือบริเวณตรงกลางของลำ ทำให้เข็มขัดที่รัดหน้าอกและที่เอวปาดเอาลำคอแดงผืด นับว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากบริเวณลำคอ แต่จะเจ็บที่บริเวณสันหลังซึ่งแพทย์บอกว่าข้อต่อกระดูกสันหลังกระแทกอย่างแรง แต่โชคดีหมอบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด
      
       หมิวเล่าด้วยว่าตอนเครื่องกระแทกกับรันเวย์ครั้งที่สองทำให้เขากระดอนขึ้นไปจนติดเพดาน ทำให้เข็มขัดนิรภัยขาดแล้วกระแทกลงมาข้างล่าง
sakdath


ในขณะที่เมื่อกลุ่มผู้ประสานงานเฝ้าดูแลอาการ นายเจือ รัตนพันธ์ อดีตนายกสมาคมไทย เอาหนังสือพิมพ์ของซานฟรานซิสโกที่มีภาพตัวเครื่องบินช่วงหางขาดให้ดู ทำให้หมิวคิดถึงเพื่อนอีกคนชื่อเล่นว่า "อีฟ" ที่นั่งอยู่หลังสุด ทำให้หมิวน้ำตาซึมเป็นห่วงเพื่อนว่าเป็นอะไรหรือเปล่าไม่รู้ ตอนนั้นยังหาตัวไม่เจอ ทำให้ทีมงานต้องประสานกับโรงพยาบาล คุยกับนางพยาบาลเพื่อที่จะค้นหาน้องอีฟ โดยได้พาหนึ่งในคณะลงไปพบกับฝ่าย Social Worker โดยเอาภาพและตำหนิไฝที่บริเวณด้านล่างของตาไปทำการประกอบในการค้นหา และครู่ใหญ่ได้ส่งข้อความมาบอกว่าเจอตัวน้องอีฟแล้วอยู่ในห้อง ICU ชั้นล่าง ทำให้ทีมงานค้นหาต่างดีอกดีใจ ส่วนน้องหมิวก็มีอารมณ์ดีขึ้นเห็นทันตา แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าอาการของเพื่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ทางพยาบาลบอกว่าน้องอีฟหน้าตาผิดปกติ มีอาการบวมเล็กน้อยและยังนอนอยู่ในเครื่องช่วยหายใจ
      
       หลังจากนั้นทีมงานได้ติดต่อไปยังครอบครัวที่เมืองไทยเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเจอตัวน้องอีฟแล้ว และในขณะเดียวกันทางบริษัทต้นสังกัดของสายการบินเอเชียนาก็มาร่วมประชุมกับทางกลุ่มทีมงานถึงการช่วยเหลือและดูแลสาวไทยทั้งสองกันต่อไปอย่างไร ทั้งนี้รายงานจากข้อมูลพบว่าน้องแอร์ทั้งสอง น้องอีฟกำลังเข้าสู่วัยเบญจเพสพอดี ส่วนน้องหมิวเพิ่งจะผ่านไปหมาดๆ ทางด้านนายกสมาคมไทยในแคลิฟอร์เนียเหนือ นายวัลลภ คชินธร ก็เดินทางมาดูแลด้วยความใกล้ชิดและได้ประสานงานรายงานไปทางสำนักงานกงสุลใหญ่ในนครลอสแองเจลิสเป็นระยะๆ
      
       จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คนไทยในเบย์ แอเรียที่ทราบข่าวต่างติดต่อสอบถามกันให้วุ่นและต่างแสดงความห่วงใย โดยพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่น้องๆ ทั้งสอง
      
       ในขณะเดียวกันก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างกว้างขวางในหมู่คนว่าน่าจะเกิดจากกัปตันที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอกับการนำเครื่องลงจอด เพราะรู้อยู่ว่าสนามบินซานฟรานฯ รันเวย์ยื่นออกไปยังอ่าวซานฟรานฯ การนำเครื่องลงจอดจะต้องคำนวณระยะพอดีที่เครื่องลงแตะพื้นรันเวย์ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วล้อหรือหางจะชนกับขอบกำแพงรันเวย์ที่ติดกับอ่าวเหมือนเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่วนในกรณีของเครื่องว่าอาจจะเกิดการขัดข้องทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำการคอนโทรลการบิน แต่ส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์คอนโทรลก็ต่อเมื่อเครื่องไต่ขึ้นสูงระดับเพดานบินไปแล้ว แต่ในกรณีนำเครื่องลงจะต้องใช้ความสามารถของกัปตันในการควบคุมเครื่องลงแตะพื้นรันเวย์


sakdath
โจรสุดซวยย่องเบาอู่รถจ่าทร.ถูกฟันปางตาย
วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2556 เวลา 06:05 น.








หลานชาย จ่า ทหารเรือ สุดทน เห็นโจรเจ้าเดิม ย่องกวาดทรัพย์ในอู่ซ่อมรถ คว้ามีดพร้ากระหน่ำฟันทั่วร่างเลือดอาบปางตาย เผยเหลืออด ทำมา 3 ครั้ง ไม่ว่าย่ามใจ เจอซึ่งหน้าจะจับดันสู้ เลยเจ็บตัว

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 9 ก.ค.56 ร.ต.ท.วัชรพล ไวยสูตร พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน ถูกเจ้าของใช้มีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในอู่ซ่อมรถ เหม่งการช่าง ซอยยางงาม หมู่ 3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุหน้าบ้าน บนหลังคากระบะแครี่บอยที่วางอยู่กับพื้นพบ ร่างนายสุวัชชัย หรือปู สารศรี อายุ 35 ปี ช่างก่อสร้าง ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ในเคหะสถาน อยู่ในสภาพสวมชุดนอน สีครีม ลายสกอต นอนจมกองเลือด ไหลออกมาเป็นลิ่มๆ ที่ศีรษะ แขน และตามร่างกาย มีบาดแผลถูกมีดฟันหลายแห่ง เป็นที่น่าหวาดเสียว ใกล้กัน พบมีดพร้า ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำตัวส่งรักษายัง ห้องฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นการด่วน
สอบสวน จ.อ.สุริยา ดวงคงทอง อายุ 50 ปี สังกัด กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน เจ้าของอู่ ให้การว่า ขณะที่กำลังทำงานอยู่ในร้านกับหลานชาย คือ นายอุดมศักดิ์ เพชรคุ้ม อายุ 27 ปี ได้เห็นคนร้ายเดินเข้ามาคุ้ยค้นสิ่งของในห้องเก็บสี และหยิบกระป๋องสีติดมือออกมา หลานชายจึงรีบคว้ามีดพร้าออกมาสกัดให้หยุด เพื่อจะทำการจับกุม แต่ผู้ต้องหาแสดงทีท่าจะต่อสู้ หลานชายจึงนำมีดพร้าที่ถืออยู่ติดมือ กระหน่ำฟันเข้าไปที่ร่างกายหลายที ฟุบจมกองเลือด ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุม โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหา เคยเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในอู่แล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่เคยถือความเอาเรื่อง กระทั่ง ย่ามใจหวนกลับมาลักทรัพย์อีกครั้ง และแสดงที่ท่าจะต่อสู้ขัดขืนจับกุม
sakdath
สหรัฐสอบปากคำนักบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส"
วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2556 เวลา 08:38 น.


เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐสอบปากคำนักบิน 4 คนของสายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ประจำเครื่องบินลำที่ตกกระแทกรันเวย์สนามบินซาน ฟรานซิสโก เมื่อวันเสาร์ ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากกล่องดำเพิ่มความกระจ่างมากขึ้นว่า สาเหตุของอุบัติเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนของทางการสหรัฐเริ่มสอบปากคำนักบิน 4 คนของสายการบิน "เอเชียนา แอร์ไลน์ส" ประจำเครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลเพิ่มเติมจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือ "กล่องดำ" เริ่มชี้ชัดขึ้นว่า การตัดสินใจที่ "ผิดพลาด" ของนักบิน อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

นางเดบอราห์ เฮอร์สแมน ประธานคณะกรรมการสอบสวนความปลอดภัยทางการขนส่งแห่งชาติ ( เอ็นทีเอสบี ) ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเที่ยวบิน โอแซท 214 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลน์ส บรรทุกผู้โดยสาร 291 คน และลูกเรือ 16 คน ซึ่งใช้เครื่องบินโดยสารของโบอิ้ง รุ่น "777-200 อีอาร์" ตกกระแทกทางวิ่ง ( รันเวย์ ) ที่สนามบินซาน ฟรานซิสโก เมื่อวันเสาร์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำกัปตัน และนักบินผู้ช่วยอีก 3 คน ว่าใช้ความเร็วต่ำเกินไปขณะทำการร่อนลงจอดจริงหรือไม่ หลังข้อมูลเพิ่มเติมจากกล่องดำระบุชัดว่า นักบินใช้ความเร็วต่ำกว่าความเร็วมาตรฐานสำหรับเครื่องบินรุ่นนี้ ซึ่งต้องอยู่ที่ 137 น็อต

นอกจากนี้ รายงานจากกล่องดำเผยด้วยว่า 54 วินาทีก่อนเครื่องบินจะตกกระแทกรันเวย์ นักบินควบคุมเครื่องบินด้วยความเร็ว 149 น็อต บนระดับความสูง 1,000 ฟิต  ก่อนมีการลดระดับความเร็วเหลือ 134 น็อต ที่ระดับ 500 ฟิต เมื่อ 34 วินาทีก่อนเกิดอุบัติเหตุ ต่อมาบนระดับความสูง 200 ฟิต ความเร็วของเครื่องบินเหลืออยู่ที่ 118 น็อต ซึ่งเป็นเวลา 16 วินาทีก่อนลงจอด

และที่ระดับความสูง 125 ฟิต หรือ 8 วินาที ก่อนเกิดอุบัติเหตุ เครื่องบินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หมายความว่า นักบินพยายามปฏิเสธการลงจอดด้วยการเร่งเครื่องยนต์เต็มกำลัง หรือ "โก-อะราวด์" จนกระทั่ง 3 วินาทีสุดท้าย ความเร็วของเครื่องบินเหลืออยู่เพียง 103 น็อตเท่านั้น ขณะที่ความเร็วช่วงที่ตัวเครื่องกระแทกรันเวย์อยู่ที่ 106 น็อต

ด้านนายยูน ยัง-ดู ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเอเชียนา แอร์ไลน์ส แถลงว่า คงเป็นเรื่องที่ "ยากจะยอมรับ" หากอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ซึ่งเป็นเด็กสาวชาวจีนวัยเพียง 16 ปี และ 17 ปี เกิดจากความผิดพลาดของนักบินจริง แต่ทางสายการบินจะตรวจสอบ "อย่างละเอียด" ที่สุด

แถลงการณ์ฉบับก่อนหน้านี้ของสายการบิน ระบุว่า แม้กัปตัน ลี คัง-คุก จะมีประสบการณ์ชั่วโมงบินเกือบ 10,000 ชั่วโมง แต่นักบินวัย 46 ปีมีประสบการณ์กับเครื่องบินโบอิ้งตระกูล 777 เพียง 43 ชั่วโมงเท่านั้น
sakdath
หนุ่มแว่นคลั่งจามหัวโชเฟอร์รถร่วมเลือดอาบ ก่อนรถพุ่งชนแท่งปูนนักเรียนหญิงสะโพกแตก
วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2556 เวลา 19:59 น.



หนุ่มแว่นคลั่งแฝงตัวเป็นผู้โดยสารรถร่วมสาย 17 ก่อนเดินปรี่คว้าขวานจามหัวโชเฟอร์จนรถเสียการควบคุมชนแท่งปูน ผู้โดยสารทั้งคันล้มทับเกลื่อนเจ็บเพิ่มอีก 4 ราย โชเฟอร์มึน ไม่รู้สาเหตุจากเรื่องใด ตำรวจเร่งตรวจกล้องวงจรปิด

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ร.ต.ท.ภูริพงศ์ เพ็ชรประสาน ร้อยเวร สน.บางมด รับแจ้งมีคนร้ายใช้ขวานทำร้ายคนขับรถประจำทางสาย 17 ได้รับบาดเจ็บ ปากซอยพระราม 2 ที่ 41 (ฝั่งขาออก) แขวงบางมด เขตจอมทอง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ รอง ผกก.ป. และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบรถร่วมบริการประจำทางสาย 17 สีชมพู หมายเลขทะเบียน 12-6824 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-บางประกอก พุ่งชนแท่งปูนกลางถนนพระราม 2 โดยผู้โดยสารต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นมี  5 ราย ประกอบด้วยนายสราวุธ มะนานาม อายุ 31 ปี คนขับรถคันดังกล่าว ถูกฟันที่ศีรษะและข้อมือด้านขวา ถูกนำตัวส่ง รพ.พระราม 2 โดยแพทย์ได้เย็บบาดแผลก่อนจะนำตัวไปเอกซเรย์สมอง ส่วนอีก 4 รายเป็นผู้โดยสารเนื่องจากตกใจจนพลัดตกจากรถประจำทางได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บ 1 คนเป็นนักเรียนพาณิชย์โรงเรียนแห่งหนึ่งถูกแรงกระแทกจนร่วงลงมากระแทกกับถนนทำให้กระดูกสะโพกแตกต้องเข้าเฝือก
จากการสอบสวนนายสราวุธ กล่าวว่า ตนเพิ่งมารับจ้างขับรถสายดังกล่าวได้ประมาณ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีผู้โดยสารอยู่เต็มคัน กระทั่งเมื่อมาถึงป้ายวัดพุทธบูชาได้มีคนร้ายรูปร่างผอม สูงประมาณ 180 ซม.ต่างกายใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ นุ่งกางยีนสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว สวมหมวกไหมพรมแบบเปิดใบหน้าคลุมแต่ผมเปิดหน้าขึ้นมาบนรถ  โดยได้ยืนอยู่บริเวณประตูกลางรถ จากนั้นพอตนได้ขับรถเลื่อนออกจากป้ายดังกล่าวได้เพียง 2 ป้าย คนร้ายได้ดึงหมวกลงมาปิดทั้งใบหน้าแบบไอ้โม่ง ก่อนจะปรี่เข้ามาที่หน้ารถจากนั้นได้ใช้ขวานที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมาฟันที่ศีรษะตนอย่างแรง ด้วยความความตกใจจึงทิ้งพวงมาลัยลุกขึ้นมาต่อสู้ป้องกันตัว เป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนแท่งปูนบนถนนจนเสียหาย หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหนีโดยวิ่งข้ามถนนพระราม 2 ไปอีกฝั่งก่อนจะหลบหนีไป
“ผมไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ตลอดเวลาที่ขับรถมาก็ไม่เคยขับรถปาดหน้าใครด้วย ขับรถมาด้วยความระวัดระวัง ไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”นายสราวุธ กล่าว
ด้าน นางแฉล้ม นิพัฒน์ อายุ 55 ปี กระเป๋ารถเมล์คันที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นพนักงานประจำรถคันนี้ เถ้าแก่ให้มาช่วยได้ซักระยะ ก่อนเกิดเหตุนายสราวุธก็ขับรถมาปกติและไม่ได้ใช้ความเร็วมากมายนัก เมื่อมาถึงป้ายวัดพุทธบูชาคนร้ายแต่งกายดังกล่าวได้ขึ้นมา จากนั้นคนร้ายก็มียืนอยู่บริเวณประตูรถเนื่องจากเบาะที่นั่งเต็มตนจึงเดินไปเก็บค่าโดยสารเป็นเงิน 8 บาท  จากนั้นไม่ทันเห็นว่าคนร้ายมาเดินหน้ารถตอนไหนมารู้อีกทีผู้โดยสารร้องตะโกนโวยวายแล้วจากนั้นไม่นานรถก็พุ่งชนแท่นปูน ซึ่งไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนนายสราวุธอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเคยมีปากเสียงกับใครหรือไม่ พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบเพื่อเป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุดพ.ต.ท.ธวัชชัย  รอง ผกก.ป. สน.บางมด เปิดเผยว่า จากสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์หลายปากให้การตรงกันว่าคนร้ายที่ก่อเหตุสวมแว่นสายตาสั้น ขึ้นมาบนรถก่อนจะดึงหมวกไหมพรมปิดหน้าและเข้าไปฟันหัวนายสราวุธ นอกจากนี้พยานส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าคนร้ายตั้งใจมาทำร้ายนายสราวุธแค่คนเดียว เนื่องจากหลังก่อเหตุไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินใครและยังทิ้งขวานของกลางไว้ในที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งขวานดังกล่าวเพิ่งซื้อมาใหม่เอี่ยม ยังไม่ได้แกะป้ายออกเลย.
sakdath
สาวซิ่งเก๋งประสานงา3คันสาหัส 6คน
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2556 เวลา 12:24 น.








สาวซิ่งเก๋งระนองรีบขึ้นเรือสมุยแซงปะทะเก๋ง กระบะ จยย.สาหัส 6คน เผยเหตุไม่ชำนาญเส้นทางและขับด้วยความเร็ว

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ก.ค. ร.ต.ท.เติม สอนสังข์ ร้อยเวร สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุ ที่ ถนนสาย หลังสวน-ระนอง หมู่ที่ 9 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน กำลังสายตรวจ รุดที่เกิดเหตุตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 4006  สาย หลังสวน ไป จ.ระนอง  หลักกม.ที่ 23 หมุ่ที่ 9 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร รอยต่อ กับ อ.พะโต๊ะ เป็น ถนน 2 ช่องการจราจร คดโค้งลาดชัน  ตามไหล่เขา ช่วงที่เกิดเหตุเป็นทางลาดลงจากเนินเขาสูง ชาวบ้านเรียก “ควนผักหนาม” การจราจรติดขัดอย่างหนัก พบว่าบริเวณกลางถนน มีอุบัติเหตุ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวม 4 คันชนกันยับเยิน คันแรกเป็นรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน ฌฐ 6938 กทม.สภาพใหม่เอี่ยม ในสภาพด้านหน้าพังยับเยินถึงห้องโดยสาร ถัดไป เป็นรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีแดง ทะเบียนกพ.3108 สุราษฏร์ธานี ในสภาพพังยับเยิน ถึงห้องโดยสาร ถุงลมนิรภัยทุกถุงในรถเปิดออกมา ถัดไปข้างทาง พบรถยนต์กะบะ ยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่งสีบรอนเงิน ทะเบียน บจ.7198 ชุมพร ทับอยู่บนจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้าสีแดงขาว ทะเบียน อยฉ.686 กทม. เศษชิ้นส่วน ของรถทั้ง 4 คันหล่นเกลื่อนถนน อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน และ รถฉุกเฉินโรงพยาบาลพะโต๊ะ และโรงพยาบาลหลังสวน ช่วยกันลำเลียง ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 คน ส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นทั้งหมด อาการสาหัส
         
จากการสอบสวนทราบว่า ได้การว่า “รถมาสด้า2 ขับโดย นส.ธนิดา เลขะวณิช อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 56/1 หมุ่ที่ 4 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี มีนางจรวย ชูศรี อายุ 48 ปี พลทหาร เควิน ชูศรี อายุ 21 ปี และ พลทหารณัฐพล ชูสุวรรณ อายุ 23 ปี โดยสารมาในรถ เดินทางมาจาก จ.ระนอง มุ่งหน้า อ.หลังสวน เพื่อไป อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นเส้นทางคดโค้งลาดชัน นางธนิดา พยายามแซงรถคันหน้า แต่ไม่พ้น ในขณะที่รถเก๋งฮอนด้าซีวิค ขับโดย นส.สายฝน แก้วทอง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ที่ 5 ต.นาวงศ์ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ขับมาจาก อ.หลังสวน มุ่งหน้า จ.ระนอง สวนทางลงไหล่เขามาด้วยความเร็วสูง เช่น โดยมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้านำหน้าด้านซ้าย ขับโดยนายนที จังนาพิช อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 552 หมู่ที่ 1 ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม  รถทั้ง3คันพุ่งชนแบบประสานงานอย่างแรง ในขณะที่ รถยนต์กะบะ โตโยต้า ขับตามหลัง รถยนต์เก๋งฮอนด้า ลงเนินเขามาเช่นกัน หลบไม่ทัน จึงพุ่งลงข้างทางทับรถจักรยายนต์ที่ถูกชนกระเด็นลงไปข้างทาง ทำให้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด 6 คน
        
ส่วนสาเหตุของอุบุัติเหตุครั้งนี้ เนื่องจาก นส.ธนิดาเร่งขับรถเพื่อขึ้นเรือเฟอรรี่ จะไปยังเกาะสมุย ที่ จ.สุราษฏร์ธานี ด้วยความรีบและไม่คุ้นเคยเส้นทาง อีกทั้งเป็นทางขึ้นทางลาดที่ รถเก๋งคันดังกล่าว ไม่มีกำลังพอจะแซงรถคันหน้าที่กำลังเร่งเครื่องขึ้นเนินเขาเช่นกัน จึงทำให้ชนปะทะกับรถที่สวนทางลงมา ในขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 คนเข้ารับการรักษาตัว ใน รพ.หลังสวน มี  นส.ธนิดา เลขะวณิช  นางจรวย ชูศรี พลทหาร เควิน ชูศรี  พลทหารณัฐพล ชูสุวรรณ นส.สายฝน แก้วทอง  และนายนที จังนาพิช รวม 6 คน
sakdath
แทงด.ญ.14ดับพร้อมคนรักรุ่นพี่
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2556 เวลา 09:21 น.







พิษรักแรงหึงหนุ่มวัยรุ่นคลั่ง ชักมีดกะซวกแฟนอายุ14ดับคาชุดยุวกาชาด สยองพร้อมรุ่นพี่คนรัก ปิดปัญหาแค้นรัก 3 เส้าดั่งนิยาย

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.  ร.ต.อ.สมชาย บุญเกิด ร้อยเวร สภ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชุมพร  ไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวนทุ่งตะโก  ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าอาคารเรียน  พบศพนายวันชัย โกศล  อายุ 24ปี  อยู่บ้านเลขที่ 48/1 หมู่ 7 ต.สะกาด อ.สังขละ จ.สุรินทร์ มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดที่ข้อมือขวา ราวนมซ้าย ชายโครง และยังมีมีดปักอยู่คาอก  นอนคว่ำหน้ากอดศพ ด.ญ.นุ้ย  (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี  ซึ่งสวมเครื่องแบบยุวกาชาด  สีฟ้า มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกซ้าย  ราวนมขวา และกลางแผ่นหลัง ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือ และ จยย.ฮอนด้า เวฟ100 สีดำ  ของ ด.ญ.นุ้ย ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
            
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ญ.นุ้ย พร้อมด้วย นายวันชัย และชายวัยรุ่นอีก1 คน ยังไม่ทราบชื่อ มายืนพูดคุยกันที่บริเวณจุดเกิดเหตุ  กระทั่งได้เกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับปัญหาความรักสามเส้า ที่ชายทั้ง 2 คน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ด.ญ.นุ้ย  ต่อมาเมื่อตกลงกันไม่ได้ ชายคนร้ายได้ชักมีดออกมาจ้วงแทง ด.ญ.นุ้ย ล้มฟุบเสียชีวิตจมกองเลือด นายวันชัยพยายามเข้าไปช่วย จึงถูกจ้วงแทงเสียชีวิตไปด้วยอีกคน  จากนั้นคนร้ายก็รีบวิ่งหลบหนีไป
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุของการสังหารรายนี้ เนื่องจาก ด.ญ.นุ้ย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.2 ได้คบหากับนายวันชัยมาก่อน ต่อมามีชายที่เป็นคนร้ายมาติดพันจนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง และพยายามให้ฝ่ายหญิงเลิกคบหากับนายวันชัย จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 คน ได้นัดกันมาตกลงปัญหา กระทั่งมาเกิดเหตุเศร้าดังกล่าว
         
สำหรับ ด.ญ.นุ้ย เป็นเด็กหน้าตาดี อาศัยอยู่กับยายเนื่องจากพ่อแม่ ไปทำงานต่างจังหวัด เรียนหนังสือเก่ง นิสัยดี แต่ปฏิเสธชายหนุ่มที่มาติดพันไม่ได้ มักจะคุยกับชายหนุ่มหลายคน ที่มาชอบอยู่เสมอ ทางด้านยายของ ด.ญ.นุ้ย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่เกิดเหตุ หลานสาวขออนุญาตไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน จนกระทั่งมาทราบว่าถูกคนร้ายใช้มีดแทงเสียชีวิต
         
อย่างไรก็ตามขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้ว ซึ่งจะได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
sakdath
sakdath
กลับไปยังรายบอร์ด