สมาชิกล่าสุดที่อ่านหัวข้อนี้

กลับไปยังรายบอร์ด
ญาติ ผบช.ตชด.ควบรถเก๋งชนเสาไฟฟ้าดับ2 ศพ
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 13:04 น.








ญาติ ผบช.ตชด.และภรรยา ควบรถเก๋ง กลับจาก รพ.ชนเสาไฟฟ้าดับคาที่ 2 ศพ

วันนี้ 28 มิ.ย. ร.ต.ท.ธวัช เนียมสิน ร้อยเวรสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมขาขึ้น หน้าท่าอากาศยานหัวหิน เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จึงพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อาเวนซา สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆษ 5456 กรุงเทพ ด้านซ้ายชนอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าข้างทางพังยับเยิน เศษชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายทั่ว ภายในรถพบศพ นายพลาติศัย ณ ถลาง อายุ 51 ปี เป็นญาติกับ พล.ต.ท.สุรพงษ์ เขมะสิงคิ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อยู่บ้านเลขที่ 83/486 หมู่ที่ 4 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี และ น.ส.ณปภัช บูรณ์เจริญ อายุ 35 ปี ภรรยานายพลาติศัย อยู่บ้านเลขที่ 115/117  หมู่ 11 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ สภาพทั้งคู่แขนขาหักคอหมุนได้รอบ ก่อนช่วยกันนำร่างส่ง ร.พ.หัวหิน ให้แพทย์ชันสูตรศพอีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่าทั้งคู่พักเดินทางพักผ่อนภายในค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนหน้านั้น น.ส.ณปภัช ขับรถพาสามีไปทำแผลจากอุบัติเหตุหกล้มที่โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ขณะขับกลับมาด้วยความเร็วสูงถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยานยนต์ขี่ตัดหน้าเพื่อยูเทริ์นกลับหน้าท่าอากาศยาน น.ส.ณปภัช เห็นเข้าด้วยความตกใจจึงเบรกหักหลบ รถเกิดเสียหลักหมุนคว้างฟาดกับเสาไฟฟ้าข้างทางเสียงดังสนั่นไหว เป็นเหตุให้ตัวเองและสามีที่นั่งมาด้วยเสียชีวิตดังกล่าว.
sakdath
วันนี้ 28 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสลดในเมืองอู๋หาน ประเทศจีน เมื่อสองคู่รักมีเซ็กส์กันริมหน้าต่าง โดยไม่ทันระวังจนร่วงลงมา เป็นเหตุทำให้ทั้งคู่เสียชีวิคคาที่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า ช่างนี้ประเทศจีนมีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่รักออกมาเปลี่ยนบรรยากาศมีเซ็กส์ริมหน้าต่างเพื่อรับลมเย็นๆ

sakdath
วันนี้ 28 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 28-6-2013 17:53

  
sakdath
โจ๋วัยรุ่นหึงโหดแทงคอสามีกิ๊กสาวดับสยองคาห้องพัก
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 02:55 น.









โจ๋วัยรุ่น แอบกิ๊กภรรยาชาวบ้านก่อเหตุหึงโหด ฉวยมีดปอกผลไม้กระหน่ำแทงคอสามีกิ๊ก ดับสยองคาห้องพัก ฝ่ายสาวเจ้าหอบลูก 4 ขวบ หนีตายก่อนเข้าให้การตำรวจ เผยเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจนถูกจับได้มาแล้วครั้งหนึ่ง รับปากเลิกยุ่งกับคนร้ายไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย

วันนี้ (28 มิ.ย.)  พ.ต.ท.จารึก ทองสีขาว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.สมเด็จเจ้าพระยา รับแจ้งเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 103/6 ซอยเจริญรัถ 30 ถนนเจริญรัถ แขวงคลองต้นไท เขตคลองสาน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.บก.น.8 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.8 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.สมเด็จเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทยเวร รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวแบ่งห้องให้เช่า ลักษณะปลูกกึ่งไม้กึ่งปูน บริเวณชั้นล่างห้องเช่าไม่มีเลขที่ พบศพ นาย คมเพชร แท่นจันทาร อายุ 25 ปี ทำอาชีพขับรถส่งของ สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีแดง มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอยาวประมาณ 2 นิ้ว ที่หลัง 2 แห่ง และที่แขนทั้ง 2 ข้าง ใกล้กันพบคราบเลือดกระจัดกระจายทั่วห้อง แต่ไม่พบร่องรอยการลื้อค้นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนรีบนำศพส่งนิติเวช รพ.ศิริราช
พ.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า นาย บี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อาชีพคนขนของบริษัทเดียวกับผู้ตาย ได้แอบคบหากับ น.ส. เอ อายุ 29 ปี ภรรยาผู้ตาย ซึ่งเป็นชนวนให้คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมหาตัวคนร้าย จนกระทั่งกลางดึกของคืนวันเดียวกัน คนร้ายได้ย้อนรอยกลับมาเก็บของในห้องพัก อาคารใกล้กับจุดเกิดเหตุ จึงนำกำลังฝ่ายสืบสวน บก.น.8 เข้ารวบตัวไว้ได้สำเร็จ
สอบสวน นาย บี ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนแทงผู้ตายจริงโดยก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังยืนคุยกับทาง น.ส.เอ จากนั้นผู้ตายได้เดินเข้ามาดึงตัว น.ส.เอ กลับมาที่ห้องพัก โดยมีการทะเลาะกันรุนแรง ด้วยความโมโหจึงรีบวิ่งขึ้นไปหยิบมีดปลอกผลไม้ลงมา ได้ยินเสียงทั้งคู่ยังทะเลาะกันไม่เลิก ทำให้ทนแรงหึงหวงไม่ไหว ประกอบกับได้ดื่มสุรามาก่อน จึงบุกเข้าไปกระหน่ำแทงจนผู้ตายล้มลงเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไปจนมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว
ภายหลังเจ้าหน้าที่พาตัว นายบี ไปตรวจจุดเกิดเหตุและค้นหาอาวุธมีดของกลางซึ่งเป็นมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ 5 นิ้ว ที่ถูกทิ้งไว้ในลำคลองห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร รวมทั้งกางเกงยีนส์เปื้อนเลือด ก่อนนำตัวไปสอบสวนต่อที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา
ด้าน น.ส.เอ ให้การว่า ได้คบหากับทางผู้ตายมานานแล้ว จนมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ด้วยความเหงา จึงแอบคบหา นายบี และเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จนกระทั่งมาถูกแฟนหนุ่มจับได้เมื่อเดือนก่อน โดยผู้ตายสั่งให้เลิกคบหากับนายบีอย่างเด็ดขาด ซึ่งก็เชื่อฟังมาโดยตลอดไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย  จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ สามีมาพบตนเองกำลังคุยกับ นายบี จึงเกิดความไม่พอใจ ฉวยมือเข้าห้องพักก่อนจะดุด่า จนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จังหวะนั้น นายบี ได้บุกเข้ามาในห้อง ก่อนจะแทงสามีอย่างไม่ยั้ง ด้วยความตกใจจึงรีบพาลูกชายวัย 4 ขวบหนีตายออกมา โดยไม่ทราบชะตากรรมของสามี ภายหลังทราบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว จึงรีบมาให้การที่สถานีตำรวจดังกล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวนายบี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐาน พร้อมประสานญาติมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
sakdath
วันนี้ 28 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 28-6-2013 17:53
เป็นอุทาหรณ์สอนให้รู้ว่าควรมีสติ ในทุกลมหายใจ
ม้าเหล็กขยี้วันเดียว4ศพ เก๋งป้ายแดงเละ-เด็กหล่นตาย
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 19:06 น.







ม้าเหล็กขยี้เก๋งป้ายแดงสังเวย 3 ศพ อีกรายหนุ่มวัย 14 ปี พลัดตกรถไฟดับสยอง


วันนี้ (28 มิ.ย.) ร.ต.ท.พิชิตชัย เดือนใส พงส.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งมีคนนอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณถนนทางข้ามรางรถไฟ ด้านหลังวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างจิตต์ฯ และแพทย์เวร รพ.ศรีสะเกษ ที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางรางรถไฟพบศพเด็กชายไม่ทราบชื่อและนามสกุล นอนเสียชีวิตอยู่ สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขายาวสีดำ แขนขาด ใส้ทะลัก ใบหน้าเละ ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบซองเอกสารสีน้ำตาล ภายในมีเอกสารวุฒิการศึกษา ระบุชื่อ ด.ช.นาถวัฒน์ ทองสุข อายุ 14 ปี โรงเรียนบ้านหนองตอโพนสูงนาคำ ต.หนองฮาง อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ตาย
  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายคือ ด.ช.นาถวัฒน์ ทองสุข จริง ซึ่งเพิ่งลาสิกขาจากการบวชเณร ที่ จ.นครราชสีมา ได้ไม่นาน และจะเดินทางมาศึกษาต่อที่บ้านเกิด โดยมีพี่ชายมาส่งขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ จ.นครราชสีมา เพื่อมาลงที่สถานีรถไฟกันทรารมย์ และต่อรถโดยสารเข้าบ้านเกิดที่ อ.เบญจลักษ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่าผู้ตายได้มานั่งอยู่ริมบันไดรถไฟและอาจมีอาการง่วงซึมเนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืด หรืออาจเกิดพลาดลื่นตกบันไดรถไฟ จนเป็นเหตุให้ถูกรถไฟเหยียบและลากร่างไปไกลกว่า 100 เมตร เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป
  ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.วีระชัย แก้วเหลา พงส.สภ.อุทุมพรพิสัย ได้รับแจ้งมีเหตุรถไฟชนรถยนต์เก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ทางข้ามทางรถไฟบ้านขะยูง ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจิตต์ฯ หน่วยกู้ชีพ และแพทย์เวร รพ.อุทุมพรพิสัย ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ป้ายแดง1800 นนทบุรี ด้านข้างรถติดอยู่กับหน้ารถไฟดีเซลรางท้องถิ่น ขบวนที่ 426 ต้นทางจากจังหวัดอุบลราชธานี รับส่งผู้โดยสารที่ปลายทางจังหวัดนครราชสีมา ภายในรถยนต์พบผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายบัญชา จันดาบุตร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นคนขับ
และพบศพผู้ที่โดยสารมากับรถเสียชีวิตคาที่อีก 3 ศพ คือ นางกชนัช พลรักษา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 ซอยจรัลสนิทวงศ์ 68 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร น.ส.สายฝน รักณรงค์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 3 ต.บ้านช่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และ น.ส.ออมสิน จินดารัตน์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 451 ซอยจรัลสนิทวงศ์ 68 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร  ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งใช้เครื่องมือตัดถ่าง นานกว่า 1 ช.ม. จึงสามารถนำผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาจากรถได้ทั้งหมด
จากการสอบสวน นายบัญชา ให้การว่า เพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาร่วมงานบุญที่ทางครอบครัวได้จัดขึ้น ก่อนเกิดเหตุไม่ทันระวังจึงขับรถข้ามทางรถไฟไปโดยไม่ได้มองรถไฟ จึงเกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถตนเข้าอย่างจัง และไถลติดรถไฟไปไกลกว่า 200 เมตร จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นดังกล่าว.
sakdath
สลดคู่รักพิเรนทร์เล่นเสียวริมหน้าต่างพลัดร่วงกระแทกพื้นสยอง2ศพ
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 18:05 น.



เผยอากาศร้อนทำให้ชาวจีนจำนวนมากคิดจะเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ทั้งคู่โชคร้ายหน้าต่างห้องพักทรุดโทรมเกินไป สุดท้ายสังเวยชีพสุดสยอง

วันนี้ (28 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาย-หญิงคู่รักในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ได้เกิดอุตริมีเซ็กส์กันอย่างโลดโผนริมหน้าต่างแล้วเกิดพลาดร่วงตกลงมาจากตึกความสูงหลายชั้น ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ อย่างน่าสลดใจ
ทั้งนี้รายงานระบุว่า อากาศที่ร้อนในช่วงนี้ มีผลอย่างยิ่ง อาจทำให้คู่รักชาวจีนจำนวนมากมีแนวคิดอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการมีเซ็กซ์กัน แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตว่าหน้าต่างห้องพักมีสภาพทรุดโทรมเกินกว่าจะแบกรับน้ำหนักของทั้ง 2 คนไหว จึงทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว ซึ่งภาพสุดสลดนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ตและมีการวิจารณ์กันกระหึ่ม.
sakdath
เชือดอดีตทหารผ่านศึกเวียดนามพร้อมเมียดับ
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2556 เวลา 18:07 น.



อุกอาจ คนร้ายโหด บุกเชือดอดีตทหารผ่านศึกเวียดนามพร้อมเมียตายสยอง ตร.มุ่งปมชิงทรัพย์


วันนี้  28 มิ.ย. พ.ต.ท.แบ๊งค์ บัวนวล พงส.ผนพ.สน.บางเขนรับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 49/133 หมู่ 4 หมู่บ้านไปรษณีย์นิเวศน์ซอย 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.สน.บางเขน แพทย์เวรรพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่อเต๊กตึ๋งร่วมเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวเนื้อที่  50 ตารางวา มีหยดเลือดปรากฏรอบบ้าน ภายในบ้านพบร่องรอยรื้อค้นกระจุยกระจาย ที่หน้าห้องนอน พบศพนางมาลัย บุญโต อายุ 76 ปี สภาพศพสวมเสื้อลายดอกใส่ผ้าถุง นอนตะแคงเสียชีวิตโดยถูกแทงด้วยของมีคมจำนวน 12 แผล มีแผลฉกรรจ์ถูกปาดคอ ขณะที่ในห้องนอน พบศพ ส.ท.สมหมาย บุญโต อายุ 81 ปี อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามรุ่น 1 ข้าราชการบำนาญการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาพศพสวม ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นอนคว่ำ หัวหันไปทางเตียงนอน ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ลิ้นปี่และหน้าอกเสียชีวิตจมกองเลือด บริเวณหิ้งบูชาพระในห้อง มีรอยรื้อค้นทรัพย์สินกระจุยกระจายและคราบเลือด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีเทาดำต้องสงสัยว่าเป็นของคนร้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนางสุภาพร บุญโต ลูกสาวคนตายให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่กัน 6 คน แบ่งกันอยู่โดยมีบ้านอีกหลังอยู่ในรั้วเดียวกัน ปกติพ่อกับแม่จะอยู่บ้านหลังเกิดเหตุ ตนจะดูแลพ่อกับแม่ โดยพ่อจะดูโทรทัศน์ในห้อง ส่วนแม่ก็จะเย็บผ้ากับจักรอยู่ในบ้าน ก่อนเกิดเหตุตนออกจากบ้านตอน 11.30 น. เพื่อไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ณ ห้างแฟชั่นส์ ไอส์แลนด์ เมื่อกลับมาตอน 14.00 น. เห็นสุนัขที่พ่อเลี้ยงไว้ อยู่นอกตัวบ้าน ทั้งที่ปกติสุนัขจะอยู่แต่ในตัวบ้านไม่ได้ออกมา ทำให้ตนรู้สึกเอะใจ จึงตะโกนเรียกพ่ออยู่นาน พ่อก็ไม่ได้ออกมา เมื่อจับประตูบ้านพบว่าล็อก จึงเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ถึงกับผงะ เพราะเห็นคราบเลือดเป็นทางยาว ก่อนจะเห็นศพพ่อกับแม่ของตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

เบื้องต้นพล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า สันนิษฐานว่าคนร้ายมีมากกว่า 1 คน เข้ามาก่อเหตุ มีการรื้อค้นทรัพย์สิน เพื่อหาทรัพย์สินบางอย่าง แต่ไม่ได้ไป ทั้งนี้คนร้ายได้รับบาดเจ็บถูกของมีคมบาด ซึ่งจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรพ.ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเผื่อคนร้ายมารักษาตัว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง ส่วนประเด็นการฆาตกรรมนั้น ยังไม่มุ่งไปทางใดทางหนึ่ง ขอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาข้อเท็จจริงและไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุ 2-3 วันมีผู้ชาย 2 คนเดินทางมาสอบถามบ้านของผู้เสียชีวิต และวันนี้ในช่วงเที่ยง มีชาย 2 คน คนแรกสูง 170 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีดำสภาพเก่า ทั้งสองคนรูปร่างสันทัด เดินทางมาถามหาบ้านผู้ตายที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอย ส่วนปมเหตุฆาตกรรมนั้น เจ้าหน้าที่มุ่งที่ประเด็นชิงทรัพย์ เพราะผู้ตายสะสมพระเครื่องรุ่นเก่า มีพระใส่กรอบเลี่ยมทองเก็บไว้ แต่ตอนเกิดเหตุ ทางลูกหลานผู้ตายได้แยกเก็บไว้แล้ว อย่างไรก็ดีทางญาติจะตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดอีกครั้งว่ามีทรัพย์สินใดหายไปหรือไม่ ส่วนจำนวนคนร้ายนั้นคาดว่าน่าจะเป็น 2 คน ทั้งนี้หลังก่อเหตุคนร้ายได้รับบาดเจ็บไปล้างมือที่หลังบ้านแล้วหลบหนีไป มีพยานเห็นคนสภาพเปียกน้ำเดินไปทางหลังของหมู่บ้านดังกล่าว
sakdath
ทหารพลีชีพ8นายโจรใต้วางบึ้ม80กก.ลอบสังหาร
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 เวลา 11:31 น.









คนร้ายฝังระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักกว่า 80 กก. ดักสังหารทหาร ร้อย ร.4021 ชุดเฉพาะกิจ ฉก 12 บริเวณถนนสายบ้านตรืปา-บ้านปาหวัง ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 8 นาย บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย


เมื่อเวลา 06.27 น. วันนี้ (29 มิ.ย.) ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณถนนสายบ้านตรืปา-บ้านปาหวัง หมู่ 2 บ้านแบหอ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุกลางถนนพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตร ลึก 1.5 เมตร ซึ่งคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก็ส จำนวน 2 ถัง ฝังไว้ใต้ผิวถนน น้ำหนักประมาณ 80 กก. จุดชนวนด้วยสายไฟ ใกล้กันพบรถยูนิมอค ของทหารร้อย ร.4021 ชุดเฉพาะกิจ ฉก 12  ถูกระเบิดจนพังยับเยินทั้งคัน ชิ้นส่วนกระจายเกลื่อนถนน
นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตถึง 8 นาย แต่ละศพกระเด็นตกไปอยู่ข้างทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน สอบสวนทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4021 ชุดเฉพาะกิจ ฉก 12 จำนวน 10 นาย กำลังขับรถยูนิมอคออกจากพื้นที่ เพื่อเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากเป็นผลัดพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิด ที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องตันเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มของ นายอาบัส  เจะอาลี แกนนำอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยที่ นายอิสมาแอ ระยะหลง หรือ อุสตาดโซ๊ะ เป็นผู้สั่งการ ที่ผ่านมาเคยก่อเหตุระเบิดรถบัสทหารขณะกลับคัดเลือกทหาร และเคยยิงแม่ค้ารับซื้อผลไม้ เหตุเกิดในพื้นที่ กรงปินัง
สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย 1.จ.ส.อ.วิโรจน์ คำเรือน 2.ส.ท.อานนท์ ปวงศิริ 3.ส.ท.คมกริช เหตะการ 4.พลทหารศักดา วงค์คำ 5.พลทหารปิรภัทร บรรณาสาร 6.พลทหารพิษณุเดช หอยสังข์ 7.พลทหารสว่าง นามไพร 8. พลทหารธีรพงษ์ ดวงสุวรรณ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย ส่ง รพ.ศูนย์ยะลา คือ ส.ท.ภานุมาศ พลวาปี และ ส.ท.นวกร แก้วคำ.
sakdath
ซิ่งเก๋งพาพ่อไปโรงพยาบาลชนจยย.2พ่อลูกดับสลด
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 เวลา 14:04 น.



สุดสลด สาวขับเก๋งโตโยต้า วีออส รีบพาพ่อที่ป่วยไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลในตัวเมืองพิษณุโลก ระหว่างทางรถที่ขับมาเกิดเสียหลัก พุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ของ 2 พ่อลูกชะตาขาดที่ขี่สวนมา ตายอนาถ 2ศพ


เมื่อเวลา 09.45 น. วันนี้ (29 มิ.ย.) พ.ต.ท.สมบัติ ศรีโมรา พนักงานสอบสวน (สบ 3)  สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณ ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 4 บ้านงิ้วงาม ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ รพ.พุทธชินราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ในที่เกิดเหตุพบศพ ด.ช.จักรภัทร โพธิ์ทอง อายุ 3 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน นอกจากนี้ยังพบร่างของ นายสำฤทธิ์ โพธิ์ทอง อายุ 33 ปี บิดาของ ด.ช.จักรภัทร อาการสาหัส เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่ง รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างเร่งด่วน แต่ นายสำฤทธิ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ใกลักันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง หมายเลขทะเบียน ขพท 682 พิษณุโลก ล้มคว่ำได้รับความเสียหายอยู่บนพื้นถนน ส่วนคู่กรณีคือรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กฉ 5620 พิษณุโลก จอดอยู่ในสภาพด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชน สอบสวน น.ส.ขวัญเรือน ฟักเจริญ อายุ 35 ปี ชาว อ.สามง่าม จ.พิจิตร ที่ยืนรอตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ ให้การว่า กำลังรีบขับรถเก๋ง เพื่อที่จะรีบนำบิดาซึ่งมีอาการป่วย ไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลในตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่า รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ได้เสียหลังพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ของ 2 พ่อลูกที่ขี่สวนทางมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว น.ส.ขวัญเรือน ไว้ดำเนินคดีต่อไป.
sakdath
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 12:19 น. ข่าวสดออนไลน์


สลด! แม่กรอกยาลูก น.ศ.มธ.ดับ ก่อนซดยาพิษตาม เครียดลูกป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ร.ตอ.เอกชัย มูลลี ร้อยเวรฯ สภ.สัตหีบรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบว่า มีคนกินยาเสียชีวิต 2 รายภายในหมู่บ้านวิลล่านภาวิลเลจ ซ.จามจุรี ม.6ต.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขอให้มาตรวจสอบด่วน หลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สัตหีบ ทราบก่อนรีบเดินทางมาตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกเรียงชิดติดกัน โดยที่บ้านเลขที่ 41/10  ในห้องนอนด้านทิศตะวันตกพบร่างของ น.ส.อธิมา โชติศิริ อายุ 21 ปี นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ปี 2 เสียชีวิตอยู่บนที่นอนในชุดกางเกงยีนส์สีดำ เสื้อลายดำสลับขาว สภาพน้ำลายฟูมปาก ส่วน นางเบญจมาศ โชติศิริ อายุ 52 ปี อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ รร.สิงห์สมุทรสัตหีบ ผู้เป็นแม่ หน่วยกู้ภัยฯ ได้รีบนำตัวส่งรักษาที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรืออย่างเร่งด่วน ตรวจสอบภายในห้องนอนพบขวดยาฆ่าแมลงและขวดน้ำชาเขียว วางอยู่บริเวณหัวนอน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน


พันจ่าเอก อดิเรก โชติศิริ อายุ 41 ปี สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือสัตหีบ ที่ตามมาดูอาการของภรรยาที่ รพ. กล่าวด้วยความเสียใจว่า หลังจากลูกสาวได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งในช่องปากระยะสุดท้าย นางเบญจมาศ ผู้เป็นแม่ได้ขอลาพักการสอนเพื่อมาดูแลอาการ โดยพร้อมตัดพ้ออยู่ตลอดเวลาว่ารับไม่ได้กับการที่จะต้องสูญเสียลูกไป หากลูกเป็นอะไรไปก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่ และบ่นว่าจะฆ่าตัวตาย ซึ่งตนเป็นห่วงมาก ได้พยายามตรวจสอบยาพิษและสิ่งที่จะทำให้ลูกและภรรยาใช้ในการทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ตนได้ออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาด กม.10 ต.พลูตาหลวง และกลับมาพบว่าภรรยาและลูกกินยาฆ่าตัวตาย


สำหรับอาการล่าสุดของ นางเบญจมาศ แพทย์นำเข้าห้องไอซียู พร้อมกับพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการยังวิกฤต


ร.ต.อ.เอกชัยกล่าวว่า จากการสอบสวน การฆ่าตัวตายครั้งนี้น่าจะเกิดความเครียดที่ลูกสาวป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกสาว จึงได้ไปซื้อยาฆ่าแมลงมาผสมกับน้ำชาเขียว กรอกให้ลูกดื่มจนเสียชีวิต ก่อนที่จะตัดสินใจดื่มยาพิษเพื่อฆ่าตัวตายตาม



sakdath
หึงโหดรัดคอนศ.สาวสลบคิดว่าตายยิงกรอกปากตัวเองตายสยอง
วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2556 เวลา 14:11 น.







หนุ่มหึงแฟนสาว รัดคอเหยื่อจนสลบเอาปืนจ่อยิง 2 นัดกระสุนด้าน แต่คิดว่าแฟนตายเลยยิงกรอกปากตัวเองดับอนาถ ขณะที่แฟนสาวตื่นมาตกใจรีบแจ้งตำรวจ เชื่อ พระนอนที่ห้อยคอตั้งแต่เด็กช่วยให้รอดตาย

วันนี้ ( 30 มิ.ย.) พ.ต.ท.ณรงค์  ม่วงทอง  สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในรถยนต์ ริมถนนบายพาสสาย 36 หลักหลักกิโลเมตร 55 – 56  หมู่ 1  ตำบลเชิงเนิน  อำเภอเมือง จ.ระยอง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ  พ.ต.อ.สุกิตติ ไสวเกียรติ ผกก.สภ.เมืองระยอง   พ.ต.ท.(หญิง) ปาริฉัตร  อั้นเต้ง  ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง และนายแพทย์สุนทร  เหรียญภูมิการกิจ  แพทย์เวรโรงพยาบาลระยอง  ตรวจชันสูตรศพ
ที่เกิดเหตุพบ นายผดุง  แก้วสาย  อายุ 32 ปี  อยู่เลขที่ 25  หมู่ 9  ตำบลต้นธงชัย  อำเภอเมืองลำปาง  จังหวัดลำปาง  เป็นพนักงานโรงงานบริษัท นวพลาสติกในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง  เสียชีวิตภายในเบาะแค๊ปรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ  ทะเบียน บล.3861 ระยอง  ตรวจสอบร่างกายผู้ตาย มีเลือดไหลออกมาจากจมูกและปากจำนวนมาก นอนตะแคงอยู่บนเบาะแค๊ป พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 วางอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ บรรจุลูกปืนรวมทั้งสิ้น 6 นัด พบกระสุนปืนยิงไปแล้ว 1 นัด และอีก 2 นัดมีรอยเข็มแทงชนวนแทงเข้าไปแล้วแต่กระสุนด้านไม่ลั่นแต่อย่างใด จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนางสาวพรพิมล  (ขอสงวนนามสกุล)   อายุ 21 ปี นักศึกษาระดับปริญญาตรี ศูนย์วิทยาลัยโปลีเทคนิคระยอง(เสาร์-อาทิตย์) แฟนสาวผู้ตายที่มาด้วยกัน  ทราบว่า  ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 08.00 น.ของเช้าวันนี้ (30 มิถุนายน)  นายผดุง  ผู้เสียชีวิตได้นำรถกระบะคันดังกล่าวไปรับมาจากบ้านเช่า (ห้อง A 32) เลขที่61/7  หมู่ 1  ตำบลตาขัน  อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง  ขึ้นรถมาด้วยกันเพื่อมาส่งเรียนตามปกติ
ขณะขับรถมาตามเส้นทาง ได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในเรื่องของความหึงหวง เพราะทราบว่ามีผู้ชายมาจีบ และพัวพัน  จนตัวเองขอลงจากรถเดินอยู่ริมถนน แต่นายผดุง ก็ขับรถตามงอนง้อ จึงได้ขึ้นมาบนรถอีกครั้งทำให้นายผดุง  บันดาลโทสะจอดรถเข้าข้างทางแล้วมานั่งที่แค๊ปด้านหลังคนขับ แล้วชักปืนจ่อหัว ลั่นไกยิงได้ยินเสียง 2 ครั้ง แต่ไม่มีกระสุนออกมา ทำให้ตัวเองตกใจฉี่ราด และสลบหมดสติไปชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมา ก็เห็นแฟนหนุ่มนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะแค๊ป  จึงได้โทรศัพท์ให้เพื่อนหนุ่ม คือ นายธรรม์ณธร เชื้อทอง  เพื่อนของผู้ตาย พนักงานโรงงาน บริษัท นวพลาสติกในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ พักอยู่บ้านเช่า (ห้อง A 32) เลขที่61/7  หมู่ 1  ตำบลตาขัน  อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง   มาดูที่เกิดเหตุพร้อมทั้งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
พ.ต.อ.สุกิตติ  กล่าวว่า จากการสอบปากคำ น.ส.พรพิมล  บุญมี  และตรวจสอบพยานแวดล้อม ที่เกิดเหตุแล้ว คดีไม่มีอะไรเป็นปริศนาแต่อย่างใด เป็นเพียงเรื่องการหึงหวงธรรมดา ที่ฝ่ายชายบันดาลโทสะเพราะเกรงว่าแฟนสาวจะปันใจไปให้ชายอื่นที่มาตามจีบ ส่วนกรณีที่กระสุนปืน 2 นัดแรก ที่ไม่ลั่นนั้น ก็เป็นเรื่องแปลกเพราะ น.ส.พรพิมล ได้แขวนพระนอนประจำวันอังคาร ที่แม่มอบให้แขวนแต่เล็ก ๆ ไว้ที่คอเพียงองค์เดียว เบื้องเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำศพนายผดุง  แก้วสาย  ไปโรงพยาบาลระยอง  เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงและได้นำตัวนางสาวพรพิมล  บุญมี และเพื่อนชายอีก 2 คน ที่นางสาวพรพิมล โทรศัพท์ตามมารับและมีการจับต้องอาวุธปืน ไปสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง
sakdath




26 มิ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องยนต์ของเครื่องบิน แอร์บัส รุ่น A330 ระเบิดระหว่างแล่นออกตัวบนรันเวย์ เพื่อทะยานขึ้นบิน ขณะบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 325 คน จากสนามบินเมืองแมนเชสเตอร์ ของอังกฤษ จุดหมายปลายทางสู่สาธารณรัฐโดมินิกัน
ทั้งนี้ เครื่องบินดังกล่าวเป็นของสายการบิน "เดอะ โธมัส คุ๊ก" เที่ยวบิน TCX314 และประสบเหตุดังกล่าว โดยเครื่องยนต์บริเวณฝั่งขวาเกิดระเบิด ส่งผลให้เครื่องบินไม่สามารถขึ้นบินได้ และเครื่องบินได้แล่นเอียงจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ในขณะที่นักบินได้พยายามควบคุมเครื่องบิน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้รุดเข้ามาดับเพลิง และนำเครื่องบินเข้าไปยังโรงซ่อมบำรุงเครื่องบิน
ด้านสายการบิน "เดอะ โธมัส คุ๊ก" ได้ออกมายืนยันว่า จะมีการสอบสวนเหตุการณ์อุบัติเหตุเครื่องยนต์ระเบิดที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือคนใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมทั้งขอบคุณผู้โดยสารที่อดทนรอระหว่างเครื่องต้องดีเลย์ โดยบริษัทได้นำเครื่องบินลำอื่นมาให้บริการแทน
sakdath
ซิ่งจยย.ไล่ประกบยิงเสี่ยคอกม้าคาเบ็นซ์หรู
วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2556 เวลา 16:04 น.





สองหนุ่มซิ่ง จยย.ไล่ยิง เสี่ยคอกม้า "โอโอดี” ขณะนั่งอยู่บนรถเบ็นซ์หรู หลังลูกชายไปรับจากสนามบินขอนแก่น รอดชีวิตปาฏิหาริย์ทั้งพ่อและลูก คาดปมธุรกิจม้าแข่ง

วันนี้( 1 ก.ค.) พ.ต.ท.สุธน สีหามาตย์ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งมีเหตุคนร้ายไล่ยิงนักธุรกิจคอกม้าแข่ง ขณะนั่งอยู่ในรถเก๋ง เบนซ์ อี 240 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สบ – 8939 กรุงเทพมหานคร ขณะจอดอยู่ตรงหน้าโชว์รูมรถยนต์มินิ สาขา ขอนแก่น ถนนทางหลวงชนบทกัลปพฤกษ์ ขก 1062 หมู่ 7 ต.ในเมือง อ.เมือง ไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ รอง ผกก.ป.พ.ต.อ.ประสิทธิ์ สุวรรณเอก นวท.(สบ.4) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น พบนายประจักษ์ นาคสู่สุข อายุ 32 ปี ประกอบธุรกิจคอนโดมิเนี่ยม ถนนรถไฟ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มีหน้าตาซีดซียวและอยู่ในสภาพอาการตกใจ ยืนอยู่ใกล้รถเบนซ์ ที่ถูกคนร้ายไล่ยิง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบสภาพรถที่มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่กระจกหลัง 1 นัด กระจกด้านซ้ายที่อยู่ตรงด้านเบาะของผู้โดยสาร 3 นัด และ กระจกด้านหน้าตรงประตูของคนขับรถ 1 นัด นอกจากนี้มีรอยเบาะฉีกขาดที่เบาะคนขับรถ 1 แห่ง พร้อมกับเศษกระจกแตกตกลงไปที่เบาะผู้โดยสาร

สอบสวนเบื้องต้น นายประจักษ์ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ขับรถเบนซ์คันเกิดเหตุไปที่ท่าอากาศยานขอนแก่น เพื่อรอรับ นายอู๊ด แซ่ลี้ อายุ 55 ปี บิดาของตนเอง และเป็นเจ้าของคอกม้าแข่ง โอโอดี พร้อมกับมีธุรกิจในขอนแก่นหลายอย่าง เมื่อรับบิดามาแล้วก็ให้นั่งตรงเบาะผู้โดยสารด้านหลังของรถเบนซ์และชิดมาทางด้านซ้ายติดกับประตูด้านซ้ายของรถ ส่วนตนเองได้ขับรถเพื่อจะมาส่งบิดาที่บ้านพักในเมืองขอนแก่น

ก่อนถึงที่เกิดเหตุรถเบนซ์ได้ติดสัญญาณไฟแดง เมื่อสัญญาณไฟเขียวมา ได้ขับรถเลี้ยวเข้ามาตรงถนนกัลปพฤกษ์ลักษณะไม่เร็วนัก เมื่อมองกระจกหลังก็เห็นชายวัยประมาณ 25 – 30 ปี สองคนขี่รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีฟ้า จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ โดยผู้ขับขี่และคนซ้อนสวมหมวกกันน็อคเต็มใบปิดหน้าทั้งคู่ และใส่ชุดดำสวมเสื้อแจ๊กเก๊ตสีดำอีกด้วย จากนั้นผู้ซ้อนรถ จยย.ได้ชักอาวุธปืนไม่ทราบประเภทออกมาวางไว้ที่ไหล่ขวาคนขับรถ จยย.แล้วยิงปืน 1 นัด เข้าที่กระจกหลัง จากนั้นก็มาประกบด้านซ้ายตรงที่บิดาของตนนั่งอยู่ยิงเข้าที่กระจกด้านซ้ายอีก 3 นัด กระสุนปืนทะลุไปที่กระจกด้านขวาตรงที่นั่งขับอยู่ เฉี่ยวเบาะรถยนต์ที่พิงไว้อีกด้วย และกระจกรถยนต์ที่ถูกยิงแตกหลายแห่ง ทำให้มาถูกบิดาที่ด้านหลังเลือดซึมออกมา จากนั้นคนร้ายนึกว่าบิดาของตนเสียชีวิตแล้วก็ขับรถ จยย.หลบหนี ส่วนตนได้รีบพาบิดาเข้าไปรักษาบาดแผลที่ รพ.ขอนแก่น – ราม ซึ่งได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จึงได้ให้รักษาตัวต่อที่ในโรงพยาบาล ส่วนได้ขับรถยนต์เบนซ์กลับมาที่เกิดเหตุพร้อมกับเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

นายประจักษ์ ได้บอกเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่คนร้ายวัยรุ่นสองคนขับขี่รถ จยย.มาไล่ยิงพ่อ คาดว่าอาจมีสาเหตุมาจากเรื่องธุรกิจม้าแข่งในสนาม กทม. ที่อาจมีผลเสียด้านการเงินจำนวนมากในการที่ให้บิดาของตนล้มม้าแข่ง แต่ม้าในคอกโอโอดีไม่ยอมล้ม และไม่ยอมยุ่งด้วยกับผู้มีอิทธิพลในสนามแข่งม้าของ กทม. ทำให้เขาเสียหายมาก ซึ่งไม่ทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังในการสั่งมือปืนมายิงพ่อของตนเป็นใคร และเป็นพวกไหน เป็นคนมีสีหรือไม่   เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นต้องติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เพราะแม้ว่าตนและพ่อไม่ตายก็เป็นผลเสียหายอย่างมากที่ต้องระวังตัวตลอดเวลา ครั้งนี้คนร้ายทำพลาด ครั้งต่อไปเขาต้องมาก่อคดียิงบิดาและตนอีกเป็นครั้งที่สอง และครั้งที่สามอย่างแน่นอน.
sakdath

เรื่องจริงผ่านจอ 27 มิถุนายน 2556
sakdath
กระบะซิ่งแซงรถไม่พ้นชนท้าย18ล้อดับคาที่ 5 ศพ
วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:52 น.



รถกระบะซิ่งแซงรถคันอื่นไม่พ้น พุ่งชนท้าย18 ล้อเสียชีวิตทันที 5 ศพ เผย คนขับรถพาญาติๆกลับจากว่วยงานศพแล้วเร่งเครื่องแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้นเลยเกิดอุบัติเหตุสยอง

วันนี้ ( 3 ก.ค.)  ร.ต.อ.กฤษณะ ปัทมสูตร พนักงานสอบสวน สภ.จักราช อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนท้ายรถยนต์บรรทุก18ล้อ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณถนนสายผักไห่-สุพรรณบุรี 15-16  ม.1ต.หนองน้ำใหญ่ อ.ผักไห่ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์บรรทุก18 ล้อ บรรทุกทรายเต็มคัน หมายเลขทะเบียน 70-6517 พระนครศรีอยุธยา     ลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-6517 พระนครศรีอยุธยา  จอดขวางถนนอยู่เลนกลาง   ถูกรถยนต์กระบะสีบอรน์ หมายเลขทะเบียน บล-5083 สุพรรณบุรี ชนท้ายสภาพพังยับเยินมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากรถรวม 5 รายสภาพร่างกายแขนขาหัก  ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากรถ
ทราบชื่อต่อมานายจำปี มิ่งขวัญ อายุ 56 ปี เป็นคนขับรถยนต์กระบะ นายสมชาย ลาภานิกรณ์ อายุ 46 ปี นางอารีย์ ลาภานิกรณ์ 52 ปี  น.ส.เฉลียว สาระ อายุ 57 ปี  น.ส.ทองหยด ชาวโพธิสะ อายุ 49 ปี  ส่วนผู้บาดเจ็บ2ราย ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลผักไห่ ทราบชื่อนางลำยอง มิ่งขวัญ อายุ 52 ปี นางพินิจ เลิศทา อายุ48 ปี ทั้งหมดเป็นชาวอ.ผักไห่ จ. พระนครศรีอยุธยา
ส่วนคนขับรถบรรทุก18ล้อยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อมานะ ละมังทอง อายุ45  ปี  148 ม.12 ต.นิคมห้วยผึ่ง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธ์ จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดี จากการสอบสวนเบื้อต้นทราบว่านายจำปี พร้อมกับญาติที่กลับจากช่วยงานศพญาติที่ วัดนางในธัมมิการาม อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่าทอง  ขับ แซงรถยนต์อีกคันขึ้นมาเจอรถยนต์บรรทุก18 ล้อที่จอดอยู่เลนกลางเพื่อเลี้ยวจะเข้าบริษัท จึงพุ่งเข้าชนอย่างแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
sakdath
กระบะเฉี่ยวสาวราชภัฏเชียงรายดับสยอง
วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2556 เวลา 18:20 น.


สลดเหตุสาวราชภัฏเชียงรายปั่นจักรยานข้างทาง เกิดเฉี่ยวชนกับรถกระบะถูกลากนับ 10 เมตร เสียชีวิตสยอง


วันนี้ (4 ก.ค.) ร.ต.อ.ศุภชัย กันทะสิงห์ พงส.(สบ1) สภ.ย่อยบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ปิกอัพเฉี่ยวชนรถจักรยาน มีหญิงสาวเสียชีวิต บริเวณหน้า บริษัท เสริมสุข ต.บ้านดู่  อ.เมือง จ.เชียงราย จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เมื่อไปถึงพบการจราจรติดขัดเป็นทางยาว เนื่องจากจุดที่เกิดอุบัตเหตุอยู่กลางถนน และเป็นเวลาเร่งด่วน ที่โรงเรียน และ ราชการ กำลังเลิก
เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดการจราจรไป 2 ช่องทาง เพื่อให้รถวิ่งได้เพียงช่องทางเดียว ตรวจสอบศพหญิงสาวอยู่ในชุดเครื่องแบบนักศึกษา ทราบชื่อ คือ น.ส.ณัฐกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สภาพศพมีรอยถลอกทั่วทั้งตัว ที่ศีรษะมีแผลขนาดใหญ่ เลือดไหลออกเป็นทางยาว ใกล้กันพบรถจักรยาน 2 ล้อ สีน้ำเงิน ของคนตายจอดอยู่
สอบสวน นายอินจันทร์ ชมภูศรี อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 11 ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย  ให้การรับสารภาพว่า ขณะที่ตนเองขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ด้า สีดำ ทะเบียน บล 9052  จ.เชียงราย มาตามทางถนนอย่างปกติ แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ตายได้ขี่รถจักรยานออกมาจากข้างทาง แล้วเกิดการเฉี่ยวชนกัน โดยตัวรถลากผู้ตายพร้อมรถจักรยานไปประมาณ 10 เมตร จึงได้จอดรถเพื่อลงไปช่วยเหลือ และพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างของผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้ที่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และให้ญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับนายอินจันทร์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
sakdath
อนุบาล1โรงเรียนดังพลัดตกรถตู้รร.ถูกล้อทับสาหัส
วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2556 เวลา 22:37 น.








สลดอีกแล้ว เด็กอนุบาล 1 วัย 3 ขวบ โรงเรียนอัสสัมชัญชัญศึกษาบางรัก พลัดตกรถตู้รร. ล้อทับอาการสาหัส เผยไม่มีครูนั่งประจำรถ


วันนี้( 4 ก.ค.) ร.ต.ท.วัชรพงศ์ ฉัตรธนกียรติ์ พนักงานสอบสวน สน.สำเหร่ รับแจ้งมีเด็กนักเรียนพลัดตกจากรถรับส่งโรงเรียนและถูกรถตู้โรงเรียนคันดังกล่าวทับจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณกลางซอยเจริญนคร 18 แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน ไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางซอยเจริญนคร 18  เข้าซอยประมาณ 200 เมตร พบรถตู้ โตโยต้า ไฮเอช สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮม 3985 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถรับจ้างส่งนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญชัญศึกษาบางรัก จอดอยู่ช่องทางกลางถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.สมิติเวชธนบุรี ไปก่อนหน้า ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ญ.ปาริตา จันทร์มณฑล หรือ “น้องพอใจ” อายุ 3 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษาบางรัก ซึ่งถูกล้อรถด้านหลังข้างซ้ายทับเข้าที่ชายโครงอย่างจังจนทำให้ไหปลาร้าซีกขวาหักและกระดูกซี่โคร่งหักทิ่มปอด 5 ซี่ มีอาการเลือดตกค้างอยู่ภายในตัวเป็นจำนวนมาก แพทย์ต้องนำเข้าห้องไอซียูเพื่อยื้อชีวิตอย่างเร่งด่วน

สอบสวนนายวุฒิพงษ์ สุวรรณศิริศิลป์ อายุ 46 ปี พนักงานขับรถตู้ของทางโรงเรียนคันดังกล่าว ให้การว่า ทำอาชีพขับรถมาแล้วกว่า 20 ปี วันนี้หลังจากเลิกเรียนขับรถตู้บรรทุกผู้โดยสารเป็นนักเรียนชั้นต่างๆ มาเต็มคันรถประมาณ  13 คน ระหว่างทางก็แวะจอดส่งนักเรียนมาเรื่อยๆ โดยมีเด็กชั้นประถมที่โตกว่าจะคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กเล็กๆและคอยเป็นพี่เลี้ยงเปิดประตูให้ลงจากรถ กระทั่งเมื่อถึงปากซอยเจริญนคร 18 ซึ่งเป็นซอยบ้านพักของน้องพอใจ มีเด็กเหลืออยู่บนรถรวม 9 คน ก่อนที่เด็กคนโต 4 คน ได้ขออนุญาตลงไปซื้อของในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่อยู่บริเวณปากซอย ตนเองเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงจอดให้เด็กๆลงจากไป ก่อนจะปิดประตู ค่อยๆขับรถออกไป มุ่งหน้าเข้าซอยเพื่อไปส่งน้องพอใจ และเด็กคนอื่นๆที่เหลือ

แต่เมื่อออกรถจากจุดปากซอยเพียงไม่กี่  10 เมตร ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก จึงหันไปมองที่บริเวณประตูก่อนจะเห็นน้องพอใจพลัดตกจากประตู ถูกล้อหลังเหยียบเข้าอย่างจัง จึงรีบเหยียบเบรกเพื่อให้รถหยุด และรีบลงไปดูที่ล้อรถที่ทับน้องพอใจอยู่ โชคดีที่ร่างของน้องพอใจ ถูกเพียงล้อทับเพียงลำตัวด้านขวาคาอยู่เท่านั้น ไม่ได้ถูกล้อรถเหยียบผ่านร่างไปแต่อย่างใด จากนั้นตนและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ก็ต่างกันช่วยห่ามร่างของน้องพอใจออกมาจากล้อรถ ก่อนจะเร่งนำขึ้นรถไปยังส่ง รพ.สมิติเวชธนบุรี

ร.ต.ท.วัชรพงศ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนคนขับรถตู้ยืนยันว่า ขณะที่จอดรถส่งเด็กโตลงไปซื้อของ บริเวณปากซอย มั่นใจว่า เด็กที่ลงจากรถไป 4 คนได้ทำการปิดประตูรถดีแล้ว เชื่อว่าน้องพอใจ ที่นั่งอยู่เบาะแถวหน้าเพียงลำพัง อาจเกิดซนไปเปิดประตูรถเอง จนทำให้พลัดตกจากรถจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
               
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อนายวุฒิพงษ์ ก่อน จากนั้นจะเดินทางไปสอบปากคำผู้ปกครองเด็กกับแพทย์ผู้ให้การรักษา และรอดูอาการคนเจ็บ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินการเพิ่มเติมต่อไป.
sakdath
รถบรรทุกกระเบื้องพุ่งชนปั๊มแก๊ส LPG สระบุรีไฟไหม้ บาดเจ็บ 3 รถเสียหาย 6 คัน (ชมคลิป)



สระบุรี - รถบรรทุกกระเบื้องเซรามิกเลี้ยวเข้าปั๊มแก๊ส LPG ของบริษัทสามชายก๊าซ ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินขาเข้าเส้นทางตัวเมืองลพบุรี เสียหลักพุ่งชนหัวจ่ายแก๊สเกิดประกายไฟลุกไหม้เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงดับกันวุ่น มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นชาย 1 หญิง 2 มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 6 คัน
      
       เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (5 ก.ค.) ร.ต.ท.ชราวุฒิ ปานเชี่ยวชาญ ร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ปั๊มแก๊ส LPG ของบริษัทสามชายก๊าซ (ดาวเรือง) ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินขาเข้าเส้นทางตัวเมืองลพบุรี จึงรายงาน พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมขอรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสระบุรี โดยนายภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นำรถดับเพลิง และรถน้ำ จำนวน 13 คันไปที่เกิดเหตุ ซึ่งเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในปั๊ม และเกิดความอลหม่านกับบรรดารถที่เข้าจอดรอเติมแก๊ส พยายามขับหลบหนีเพลิงที่กำลังลุกโหม
      
       ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิง แต่ด้วยแก๊สภายในถังเก็บมีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เพลิงปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เพลิงได้ลุกไหม้ประมาณ 40 นาที เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิงได้โดยสภาพหัวจ่ายแก๊สถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด
      
       จากการสอบสวนเบื้องต้น ก่อนเกิดเหตุพยานแวดล้อมให้การว่า ได้เห็นรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้อทาทา ซึ่งบรรทุกกระเบื้องเซรามิกเต็มคันรถขับมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสายลพบุรี พอมาถึงบริเวณทางเข้าปั๊มแก๊สดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งเข้าไปภายในปั๊มด้วยความเร็ว และชนเข้ากับหัวจ่ายแก๊ส ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สอบสาเหตุทราบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวได้หลบรถพ่วงสิบล้อซึ่งขับตามขึ้นมาเพื่อจะแซง ทำให้รถบรรทุกหักหลบ ประกอบกับขับมาด้วยความเร็วจึงพุ่งเข้ามาภายในปั๊ม
      
       จากสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บคือ 1.นายกฤษฎา บัวล้ำเลิศ อายุ 33 ปี คนขับรถบรรทุกทาทา ถูกไฟคลอกอาการสาหัส 2.นายน้ำเงิน ปัทมเสรี อายุ 41 ปี ถูกไฟคลอกขณะขับรถรอเติมแก๊ส เป็นเจ้าของรถที่ขับมาเติมแก๊ส 3.น.ส.นัทธพร โชคชัยเกษมสุข อายุ 34 ปี ถูกไฟคลอกขณะขับรถรอเติมแก๊ส ทุกคนถูกนำส่งโรงพยาบาลสระบุรี
      
       สำหรับรถที่ได้รับความเสียหายภายในปั๊มแก๊ส 1.รถเก๋งวอลโว่ ทะเบียน 9 ง 9285 กทม. เป็นของนายสมจิตร สมบูรณ์รัตน์ (ทนายความ) ซึ่งลงจากรถหลบหนีได้ทัน 2.รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน กต 5934 ลพบุรี 3.รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน กง 7406 ลพบุรี 4.รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีอาร์วี ทะเบียน ตห 3259 กทม. 5.รถบรรทุกที่ก่อเหตุ ยี่ห้อทาทา ทะเบียน ตท 3250 กทม. 6.รถยี่ห้ออีซูซุทรูเปอร์ ทะเบียน พษ 3858 กทม. รวมรถไหม้ทั้งหมด 6 คัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กองพิสูจน์หลักฐานสระบุรี ทำการตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป

manager
sakdath
รถบรรทุกกระเบื้องพุ่งชนปั๊มแก๊ส LPG สระบุรีไฟไหม้ บาด ...
sakdath โพสต์เมื่อ 5-7-2013 19:49

ระทึก!กระบะชนหัวจ่ายก๊าซแอลพีจีไฟลุกท่วม
วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2556 เวลา 19:34 น.





ระทึก!กระบะหักหลบรถพ่วง 18 ล้อเสียหลักพุ่งชนหัวจ่ายในปั๊มก๊าซแอลพีจี-สระบุรี ระเบิดไฟลุกท่วม เพลิงเผารถยนต์วอดวายเสียหาย 6 คันรวด มีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ขณะที่เภสัชกรหญิงสาวเคราะห์ร้ายไฟคลอกสาหัส เดชะบุญ ไม่มีใครเสียชีวิต

วันนี้ (5 ก.ค.) ร.ต.ท. ชราวุธ ปานเชี่ยวชาญ พงส.(สบ1) สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติไฟลุกไหม้ปั๊มเติมก๊าซรถยนต์แอลพีจี ชื่อสามชายก๊าซ ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน (สระบุรี-ลพบุรี) หลัก ก.ม.ที่ 112-113 ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี จึงนำกำลังไปไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี นายภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี พร้อมรถดับเพลิง รถน้ำและรถโฟม ไปสกัดเพลิงนับ 10 คัน

ในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บริเวณปั๊มเติมก๊าซรถยนต์อย่างรุนแรง มีรถยนต์จอดเติมก๊าซถูกเพลิงลุกไหม้ได้รับความเสียหายหลายคัน พร้อมกันนี้มีเสียงระเบิดจากถังก๊าซรถยนต์ดังเป็นระยะ ๆ ขณะที่ เจ้าของรถ และผู้คนที่เข้ามาใช้บริการในปั๊มก๊าซต่างพยายามวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่เร่งฉีดโฟมและน้ำเข้าสกัดเพลิงอย่างเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกเพลิงไหม้ตามร่างกาย 3 คน ทราบชื่อ นายกฤษฏา บัวล้ำเลิศ อายุ 23 ปี คนขับรถกระบะมารอเติมก๊าซ นายน้ำเงิน ปัทมะเสวี อายุ 41 ปี เพื่อนนายกฤษฏา และโดยสารมาในรถคันเดียวกัน และน.ส.ณัฐพร โชคชัยเกษมสุข อายุ 34 ปี เภสัชกรหญิง รพ.แก่งคอย ถูกไฟไหม้ตามร่างกาย และถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศูนย์สระบุรี เบื้องต้นอาการสาหัส
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บขับรถยนต์มาต่อแถวรอเติมก๊าซ รวมทั้งหมด 6 คัน ระหว่างนั้น ได้มีรถกระบะยี่ห้อทาทา หมายเลขทะเบียน ตท 3250 กรุงเทพมหานคร ที่กระบะด้านหลังบรรทุกกระเบื้องมาเต็มคันขับมาด้วยความเร็ว และพยายามหักหลบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่บริเวณจุดกลับรถบนถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าปั๊มเติมก๊าซรถยนต์ แล้วเกิดเสียหลักพุ่งเข้ามาชนหัวจ่ายก๊าซภายในปั๊มก๊าซที่กำลังเติมก๊าซให้บริการลูกค้า จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และลุกลามรถยนต์ที่จอดรอเติมก๊าซได้รับความเสียหายทั้ง 6 คันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย
ด้าน นางกรรณิกา คชภูมิ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/4 ถนนพหลโยธิน ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี หนึ่งในผู้เสียหาย ให้การด้วยว่า ขณะที่กำลังจอดรอรับเงินทอนจากพนักงานภายในปั๊มก๊าซ ได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ ดังมาจากบริเวณปากทางเข้าปั๊ม พร้อมกับมีคนส่งเสียงร้องตะโกนโวยวายให้ระวัง และเมื่อหันมองไปตามเสียงที่ได้ยินพบว่ามีแสงเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายกฤษฏา บัวล้ำเลิศ อายุ 23 ปี คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุไว้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป.
sakdath
อนุบาล1โรงเรียนดังพลัดตกรถตู้รร.ถูกล้อทับสาหัส
วันพ ...
sakdath โพสต์เมื่อ 5-7-2013 17:48

"น้องพอใจ" 3 ขวบถูกรถตู้ทับยังทรงตัว แม่หวังปาฏิหาริย์ช่วย
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2556 เวลา 12:27 น.


แม่แย้ม น้องพอใจ วัย 3 ขวบ ที่ตกรถตู้จนล้อเหยียบทับ ยังทรงตัว แต่มีสัญญาณที่ดีขึ้นหวังปาฏิหาริย์ช่วย


จากกรณีน้องพอใจ อายุ 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา ตกจากรถตู้โตโยต้า  สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮม 3985 กรุงเทพมหานคร แล้วถูกรถตู้เหยียบซ้ำบาดเจ็บสาหัส โดยรถตู้มีนายวุฒิพงษ์ สุวรรณศิริศิลป์ อายุ 46 ปี เป็นคนขับ เหตุเกิดกลางซอยเจริญนคร 18 แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กทม. เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 ก.ค.นั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารอภิบาลผู้ป่วยหนัก 4 โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเป็นห้องรักษาตัวของน้องพอใจ มีญาติพี่น้อง ผู้ปกครองและครูอาจารย์ นั่งรอเฝ้าดูอาการของน้องพอใจอย่างใกล้ชิด ด้านมารดาของน้องพอใจ เปิดเผยว่า เบื้องต้นอาการของน้องพอใจยังทรงตัว การทำงานของปอดยังไม่ดีขึ้น ต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิดอีก 3-4 วัน แต่ก็มีสัญญาณที่ดีเพราะเลือดจากแผลหยุดไหลแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ยังต้องเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา หวังปาฏิหาริย์ช่วย ในส่วนของโรงเรียน คณะครูและอาจารย์ได้มาเยี่ยมเยียนอาการของน้องพอใจทุกวัน โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเฝ้าดูอาการ เพราะน้องพอใจเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของคุณครูหลายคนในโรงเรียน
พ.ต.ท.อาวุธ อุดมรัตน์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.สำเหร่ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบพยานและผู้เกี่ยวของไปเกือบหมดแล้ว ยังคงต้องรอในส่วนของใบผลการรักษาจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบรูปคดี ส่วนนายวุฒิพงษ์ สุวรรณศิริศิลป์ อายุ 46 ปี คนขับ เบื้องต้นศาลได้อนุมัติให้ประกันตัวออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  นอกจากนี้จากการเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของ ร.ร.อัสสัมชัญศึกษา เพื่อให้ปากคำวานนี้ ได้ผลสรุปว่า รถโรงเรียนดังกล่าวเป็นรถอิสระของเอกชนที่ติดต่อกับผู้ปกครองเด็กกันเองในเรื่องค่าใช้จ่ายและรับส่งกันโดยตรง โดยโรงเรียนมีหน้าที่อำนวยความสะดวกที่จอดรถ และดูแลตามกฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ร.ร.อัสสัมชัญศึกษา ออกค่าใช้จ่ายให้ตั้งแต่วันแรกที่น้องเข้าทำการรักษา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆเพิ่มเติมทั้งตัวคนขับและเจ้าของโรงเรียน.
sakdath
วันที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 16:19 น. ข่าวสดออนไลน์


สยอง!! ปั๊มน้ำเก่าไฟรั่วดูดเสี่ยรับเหมาก่อสร้างเกรียมทั้งตัว ขณะล้างรถอยู่ในบ้าน เมียช็อกเจอศพ





เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ สอทา ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟฟ้าชอร์ต มีผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 356  หมู่ 16 บ้านหนองหลอด ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นหน้าบ้าน พบศพนายบูรพา รื่นกลาง อายุ 39 ปี เจ้าของบ้านนอนหงายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายขาวแดง ร่างไหม้เกรียมเกือบทั้งตัว อยู่ท้ายรถเก๋งยี่ห้อ มาสด้า 2 สีบรอนซ์ ทะเบียน กพ 8772 อุดรธานี ใกล้ตัวรถมีปั๊มอัดฉีดแรงดันสูงสภาพเก่ายี่ห้อ VIP BLU วางอยู่

สอบสวน นางลัดดา รื่นกลาง อายุ 37 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า สามีเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อเช้านี้ตนเองกับลูกออกไปซื้อของเตรียมจะไปร่วมงานศพเพื่อน โดยสามีบอกว่าจะอยู่ล้างรถที่เพิ่งซื้อมาได้เพียง 1 เดือน หลังเสร็จธุระกลับมาถึงบ้านก็แทบล้มทั้งยืน เมื่อเห็นสามีโดนไฟฟ้าดูดเสียชีวิตแล้ว ในมือยังกำหัวฉีดน้ำอยู่ ตนจึงรีบไปถอดปลั๊กไฟที่เสียบเข้าปั๊มฉีดน้ำออกแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ทั้งนี้ ร.ต.อ.อาทิตย์ พร้อมด้วยแพทย์ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากปั๊มอัดฉีดน้ำแรงดันสูงที่มีสภาพเก่า เกิดไฟฟ้ารั่ว ประกอบกับผู้ตายฉีดน้ำล้างรถอยู่ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต อีกทั้งบ้านผู้ตายไม่มีเครื่องตัดไฟฟ้าเวลาไฟฟ้ารั่ว จึงทำให้เกิดไฟฟ้าชอร์ตได้ ซึ่งทางญาติไม่ติดใจการตาย จึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
sakdath
เอเซียนาแอร์ไลน์สตกที่สนามบินซานฟราน
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 08:30 น.












เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 สายการบินเอเซียนา แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ ตกกระแทกรันเวย์ ขณะร่อนลงจอดที่สนามบินเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บ 181 คน และยังสูญหายอีก 1 คน เจ้าหน้าที่คาดเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การก่อการร้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 สายการบินเอเซียนา แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ ตกกระแทกพื้นทางวิ่ง ขณะร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เมื่อเวลาก่อนเที่ยงวันเพียงเล็กน้อยของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น จากภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เผยแพร่ในยูทูบ แสดงให้เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่คลุมตัวเครื่องบินบนรันเวย์ และผู้โดยสารลงกำลังจากเครื่องแบบฉุกเฉิน ด้วยสะพานยางสูบลม
เอเซียนา แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีใต้ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโซล ส่วนเครื่องบินโดยสารแบบโบอิ้ง 777-200 สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 246 - 300 คน.
รายงานล่าสุดระบุว่า เที่ยวบินที่เกิดอุบัติเหตุคือเที่ยวบินที่ โอเอ็กซ์ 214 บรรทุกผู้โดยสาร 291 คน และลูกเรือ 16 คน ออกเดินทางมาจากสนามบินเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แวะรับผู้โดยสารที่สนามบินอินชอน ชานกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ก่อนจะต่อไปยังปลายทางสหรัฐอเมริกา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ยังไม่ทราบสัญชาติ และบาดเจ็บอีกราว 181 คน ในจำนวนนี้ 123 คน บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน
แถลงการณ์ของสายการบินเอเซียนา แอร์ไลน์ ระบุว่า ผู้โดยสารที่อยู่ในเที่ยวบินนี้ ประกอบด้วยชาวเกาหลี 77 คน ชาวจีน 141 คน ชาวอเมริกัน 61 คน และชาวญี่ปุ่น 1 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซานฟรานซิสโก เจเนอรัล 34 คน โดย 5 คนในจำนวนนี้อาการสาหัส ขณะที่เจ้าหน้าที่การบินทางการสหรัฐรายหนึ่งเผยว่า การสอบสวนเบื้องต้นไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีการก่อการร้ายเกี่ยวข้อง.




sakdath
เอเซียนาแอร์ไลน์สตกที่สนามบินซานฟราน
วันอาทิตย์ที่  ...
sakdath โพสต์เมื่อ 7-7-2013 11:13
เค้ากลัวอ่ะ......พี่แมวไวมากอัพข่าวทันเหตุการณ์ดีจัง
กลับไปยังรายบอร์ด