สมาชิกล่าสุดที่อ่านหัวข้อนี้

กลับไปยังรายบอร์ด
สมาธิบำบัด อันนี้ดีสุด ๆ เลย
เหมาสำหรับเมืองไทยที่กำลังร้อน
ผู้คน เครียด กับอุณหภูมิ ข่าวสาร การเมือง
กฎไตรลักษณ์ กับสมาธิบำบัด ช่วยได้มากเลยค่ะ


วัดพระธาตุดอยก่องข้าว
บ้านห้วยกีด ต.ดอยฮาง
อ.เมือง จ.เชียงราย 57000



วัดพระธาตุดอยก่องข้าว เป็นวัดหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ





.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง
พี่แมว แล้วสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับสตรี ไหมค่ะ
พี่แมว แล้วสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับสตรี ไหมค่ะ ...
phim โพสต์เมื่อ 21-4-2012 02:01
เยอะแยะเลยจ้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=9&t=26753


ตอบกลับ 779# sakdath

ขอบคุณมากค่ะ
พี่แมวเนี่ย สมเป็น จั่นเจา ของท่านเปาปุ้นจิ้น จิง ๆ
ข้าน้อยขอคาราวะ
พี่แมวเนี่ย สมเป็น จั่นเจา ของท่านเปาปุ้นจิ้น จิง ๆ
ข ...
phim โพสต์เมื่อ 21-4-2012 02:25



คมเลนส์ส่องพระ22เมษายน2555คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555 : แล่มจันท์พิศาโล

••• สนุกสนานในเทศกาลสงกรานต์ กันมามากพอสมควรแล้ว ต่อไปนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินกันใหม่ เพราะเดือนหน้าโรงเรียนจะเปิดภาคเรียนใหม่ ใครมีลูกหลานก็เตรียมตัวจ่ายเงินก้อนใหญ่กันอีกแล้ว...••• เดือนเมษายน เป็นหน้าร้อน ปีนี้รู้สึกว่าอากาศจะร้อนมากเป็นพิเศษ เพราะมนุษย์ชอบทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติจึงลงโทษมนุษย์บ้าง เป็นของธรรมดา •••••• หันหน้าเข้าสนามพระกันดีกว่า ช่วงนี้พบหน้ากันบ่อย เสี่ยประชา ชัยรัตน์ เจ้าของโรงงานน้ำตาลอุดรธานี เข้ามาทำธุรกิจที่ กทม. ก็ต้องแวะสนามพระติดแอร์เป็นประจำ ล่าสุดได้ พระรอด พิมพ์เล็ก กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน สวยสมบูรณ์คมชัดมาก โพธิ์ทุกใบเห็นชัดเจน รวมทั้งรายละเอียดบนใบหน้า เป็นพระกรุที่มีอายุมากที่สุดในชุดเบญจภาคียอดนิยม และหายากที่สุดอีกด้วย องค์นี้มีคราบกรุปรากฏทั่วองค์พระ ทำให้ดูง่ายขึ้น เรียกว่า พระแท้ตาเปล่า โดยไม่ต้องส่องแว่นขยายแต่อย่างใด •••



••• เซียนพระ ชื่อดังในสนามพระเมืองหลวงสมัยก่อน เมื่อมีพระกรุพระเก่าสวยๆ มักจะไม่ขายให้ใคร เพื่อเก็บเอาไว้รอ “พี่เริญ” จำเริญ วัฒนายากร คหบดีชาวนราธิวาส นักสะสมพระเครื่องระดับแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย ที่เซียนพระเมืองกรุงต่างชื่นชมและชอบท่านมาก เพราะท่านซื้อพระดี ไม่จุกจิกจู้จี้ และที่สำคัญไม่ต่อรองราคา หากชอบพระองค์ไหนตกลงใจซื้อทันที ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ท่านมีพระกรุพระเก่า (ชนิดสวยดูง่าย) มากพอสมควร และที่น่าดีใจคือ พระที่เคยซื้อแพงในสมัยก่อน มาถึงทุกวันนี้มีมูลค่าสูงกว่าตอนซื้อหลายสิบเท่า ผู้เขียนโชคดีที่มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับท่านบ่อยๆ ในช่วงที่เดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่หาดใหญ่และที่นราธิวาส ท่านมักจะชวนไปกินข้าวด้วยกันเสมอ ทำให้ได้เห็นพระกรุพระเก่าของท่านแทบทุกองค์ ทุกวันนี้ท่านได้ถึงแก่กรรมไปหลายปีแล้ว พระเครื่องส่วนใหญ่ยังอยู่กับคนในครอบครัว หนึ่งในนั้นคือ พระนาคปรก สมัยลพบุรี ขนาดห้อยคอ (หายากกว่าองค์ใหญ่) องค์นี้ท่านใส่ตลับทองคำห้อยติดตัวเป็นประจำ เพราะเป็นพระประจำวันเกิด (ท่านเกิดวันเสาร์) ปัจจุบันพระองค์นี้อยู่ที่ วีระวัฒน์ วัฒนายากร (จุ๊บ) ลูกชายผู้สืบทอดธุรกิจของคุณพ่ออยู่ที่ จ.นราธิวาส •••
••• ตามตำราหลายเล่มกล่าวไว้ว่า ศิลปะแบบลพบุรี หรือ ละโว้ เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙ มีอาณาเขตครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และในกัมพูชา รูปแบบสัมพันธ์กับสกุลช่าง ศิลปะเขมร ในกัมพูชา โดยนักวิชาการเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามทัศนะของตน เช่น ศิลปะลพบุรี ศิลปะเขมร ศิลปะร่วมแบบเขมรในเมืองไทย ฯลฯ ต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกำหนดชื่อเรียกใหม่ว่า ศิลปะลพบุรี เพื่อแยกให้เห็นถึงความแตกต่างจากกลุ่มสกุลช่างศิลปะเขมร ลักษณะเด่นของงานประติมากรรมแบบ ลพบุรี ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป รูปเคารพต่างๆ หรือรูปคน จะมีหน้าผากกว้าง ปากแบะหนา คางเหลี่ยม และรูปร่างล่ำเตี้ย อย่างที่เห็นในภาพ พระนาคปรก สมัยลพบุรี องค์นี้ •••

••• พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก อันดับ ๑ ของวงการพระ คือ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี อายุความเก่ากว่าร้อยปี ที่พบเห็นในวงการพระส่วนมากเป็น พระปิดตา พิมพ์หลังแบบ แต่ที่นำภาพมาให้ชมในวันนี้เป็น พิมพ์ปั้นลอยองค์ ซึ่งหายากกว่า เป็นพระที่สร้างด้วยวิธีปั้นขึ้นมาทีละองค์ ไม่มีแม่พิมพ์แต่อย่างใด องค์พระที่ได้จึงไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่เนื้อพระจะเหมือนกับ พระปิดตา พิมพ์หลังแบบ ทุกอย่าง จุดสำคัญของ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ทุกพิมพ์คือดู ความเก่า เป็นหลัก พระอายุกว่าร้อยปีความเก่าต้องถึงยุค นอกจากนี้ก็ดูที่ พิมพ์ทรง องค์นี้เป็นพระของ อุปกิต ปาจรียางกูร แห่งอัลลัวร์ รีสอร์ท โรงแรม ๕ ดาว ริมแม่น้ำสาย จ.เชียงราย •••

••• พระเกจิอาจารย์ ช่วงปี ๒๕๐๐ ผู้เชื่อมั่นในพุทธาคมของพระเครื่องที่ท่านปลุกเสก มีหลายพระเกจิอาจารย์ด้วยกัน เพราะถ้าไม่แน่จริงท่านจะไม่ยอมสร้างวัตถุมงคลอย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าลูกศิษย์นำวัตถุมงคลของท่านไปใช้แล้วไม่ได้ผลจะเสียชื่อท่าน และเป็นบาปกรรมอีกด้วย...แต่สำหรับ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ท่านกล้ารับประกันพระเครื่องของท่านทุกองค์ที่ปลุกเสกให้ มีการทดลองกันเสมอในสมัยที่ท่านยังอยู่ จนเป็นที่ประจักษ์เชื่อมั่นในหมู่ลูกศิษย์สายนี้ว่า พระเครื่องทุกองค์มีอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ในทุกด้าน ด้วยเหตุนี้ ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อพรหม ทุกรุ่นจึงเป็นที่นิยมแสวงหากันอย่างกว้างขวาง ทำให้ราคาเช่าหาสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเกิดมาจากแรงศรัทธาของลูกศิษย์และผู้ที่นำไปใช้ หาใช่ด้วย แรงปั่น ของคนหนึ่งคนใดไม่...วันก่อน คม


วันก่อน คมเลนส์ส่องพระ ได้รู้จักกับ เมธา นวกะสะสม เห็นพระในตู้ที่เต็มไปด้วย พระหลวงพ่อพรหม หลายรุ่นหลายองค์ล้วนสวยงามคมชัดทั้งนั้น และที่สำคัญคือเป็น พระแท้ดูง่าย จึงขอภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมเป็นวิทยาทานในวันนี้ด้วย เหรียญมหาลาภ หลวงพ่อพรหม ปี ๒๕๑๖ เนื้อเงิน ซึ่งหายากมาก เพราะสร้างเพียง ๓๐๐ เหรียญเท่านั้น เหรียญนี้ยังอยู่ในสภาพเดิมๆ ผิวปรอทเงินยังอยู่ครบถ้วน (ส่วนใหญ่ที่พบเห็นผิวปรอทเงินมักจะหมดไป เนื่องจากผ่านการใช้มาแล้ว) เหรียญนี้ครองแชมป์มาหลายงาน จนเจ้าของต้องเก็บรักษาไว้ไม่ส่งประกวดอีก เกรงผิวปรอทเงินจะหายไป เคยมีผู้ขอซื้อกว่า ๕ แสนบาท ก็ยังไม่ยอมขาย...สำหรับ เหรียญมหาลาภ หลวงพ่อพรหม เนื้อทองแดงผิวไฟ สร้าง ๕,๐๐๐ เหรียญ, เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง สร้าง ๑,๐๐๐ เหรียญ (พิมพ์นิยมดูที่ เม็ดงา ตรงเหนือไหล่ซ้ายของหลวงพ่อ) เมธา นวกะสะสม เป็นคนหนุ่มหน้าตาดี อัธยาศัยน่าคบหา พูดจาสุภาพเรียบร้อยมาก พบได้ที่ ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๘-๑๓๖๓-๐๕๕๕ หรือที่เว็บไซต์ thaprachan.com •••

••• พระเครื่องอีกสายหนึ่งที่มีผู้นิยมกันอย่างกว้างขวางตลอดมา เพราะปฏิปทาของท่านเป็นเลิศ คือ ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส พระของท่านมีให้เลือกเช่าหาตามกำลังทรัพย์ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน และที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะของท่านก็คือ พระรูปเหมือนใบโพธิ์ ฝีมือการแกะแม่พิมพ์โดย ช่างเกษม มงคลเจริญ ผู้มีดีทั้งฝีมือและคุณธรรม... ท่านเจ้าคุณนรฯ เกิดวันเสาร์ จึงมักจะให้สร้าง พระนาคปรก มากกว่ารูปเหมือนของท่านเอง ที่นิยมกันมากคือ พระนาคปรกใบโพธิ์ อธิษฐานจิตพิธีใหญ่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ เนื้อทองคำ สร้าง ๑๕๐ องค์ เนื้อเงิน ๑๕๐ องค์ เนื้อนวโลหะ ๗,๕๐๐ องค์ ทุกวันนี้ เนื้อทองคำ เช่าหากันที่ ๓-๕ แสนบาท, เนื้อเงินหลักแสนต้น เนื้อนวโลหะหลักหมื่นต้น องค์ในภาพเป็น พระเนื้อทองคำ ของ ศักดิ์ ตลิ่งชัน ผู้ชำนาญพระสายนี้ ขณะนี้ได้ย้ายร้านจากท่าพระจันทร์ ขึ้นไปอยู่ที่ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ได้หลายเดือนแล้ว •••

••• ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช อาจารย์คณะวิศวะ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นนักวิจัยดีเด่นระดับโลก ผู้มีผลงานนวัตกรรมมากมาย ในขณะเดียวกันก็เป็นนักสะสมพระเครื่องระดับแนวหน้าคนหนึ่ง โดยเฉพาะ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นที่ทัน พระอาจารย์ทิม ปลุกเสก เวลานี้มีอยู่กว่า ๒๐๐ องค์ เป็นพระสวยสมบูรณ์ดูง่ายทุกองค์ วันนี้ส่งภาพมาให้ชมวิทยาทานองค์หนึ่ง คือ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีดพิมพ์ใหญ่ เอ ปี ๒๕๐๕ องค์นี้เป็นพระที่ไม่ได้ผ่านการใช้มาก่อน สภาพผิวแทบไม่มีเปิดเลย มี ดินเบ้าสีเหลืองนวล ตามซอกอย่างสมบูรณ์ เป็นสิ่งบ่งบอกถึงพระสภาพเก่าเก็บอย่างแท้จริง เพราะหากผ่านการใช้ ดินเบ้าจะออกสีทึมๆ อันเกิดมาจากการอับเหงื่อขณะผ่านการใช้มานั่นเอง...จุดเด่น คือ พระองค์นี้มีจมูกที่โด่งคมสัน สวยงามกว่าองค์อื่นๆ สมบูรณ์เดิมๆ ทุกอย่าง หากส่งเข้าประกวดมีลุ้นแชมป์แน่...ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อทวด พิมพ์นี้ สภาพสวยๆ ค่านิยมขยับเข้าใกล้หลักล้านแล้ว...ช่วงนี้ (ถึง ๒๔ เม.ย.) ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ กำลังอยู่ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อร่วม งานแสดงมหกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์โลก ซึ่งเป็นงานใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก นับเป็นเกียรติประวัติของท่านและ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้รับการคัดเลือกจาก สภาวิจัยแห่งชาติ เป็นตัวแทนประเทศไทย ในการประกวดผลงานนวัตกรรมครั้งนี้ (เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของสำนักงานองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ “ไวโป”) •••

••• วันนี้ (๒๒ เม.ย.)...มี งานประกวดพระท้องถิ่น ภาคตะวันออกทุกจังหวัด รวม ๑,๐๔๙ รายการ จัดโดย สโมสรไลอ้อนพัทยาบางละมุง ร่วมกับ ชมรมพระเครื่องเมืองพัทยา ณ โรงเรียนเมืองพัทยา ๗ (บ้านหนองพังแค) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ เทคนิคการดูพระเนื้อชิน โดย ครูดุก พัทยา สอบถามโทร.๐๘-๑๙๒๒-๘๒๖๐, ๐๘-๑๘๓๓-๓๗๗๙ พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ต่อไป ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต •••
สาธุค่ะ
ชาวกรุงเก่าแห่ห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม
วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2555 เวลา 13:45 น.






ชาวกรุงเก่าแห่ห่มผ้าเจดีย์วัดสามปลื้ม เผยเป็นประเพณีที่ปฎิบัติมาต่อเนื่องกว่า30 ปี

วันนี้ 22 เม.ย.ที่บริเวณวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มกลางถนนโรจนะ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีพิธีห่มผ้ารอบองค์เจดีย์โดยนายณรงค์ ด่านชัยวิโรจน์นายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา นายบรรเจิด สงวนทรัพย์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองอโยธยาและประธานชุมชนวัดสามปลื้ม ได้นำประชาชนอัญเชิญผ้า ที่ใช้ห่มองค์พระเจดีย์ ด้วยการยกขึ้นไว้เหนือศรีษะแห่เวียนรอบเจดีย์สามรอบ มีขบวนแห่แตรวง แล้วนำขึ้นห่มองค์เจดีย์ ระหว่างการแห่ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ผ่านไปมาต่างจอดรถและเดินร่วมขบวนแห่ไปรอบๆเจดีย์ สร้างความตื่นตาตื่นใจกับประชาชนที่พบเห็น ยืนมือไห้วกันทั่วบริเวณ
นายณรงค์กล่าวว่า พิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์วัดสามปลื้ม เป็นประเพณีที่ชาวชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา ถือปฎิบัติมาอย่างต่อเนื่องกว่า30 ปี และจะทำพิธีหลังจากวันสงกรานต์ ซึ่งเจดีย์วัดสามปลื้มเป็นเจดีย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่คนอยุธยาและประชาชนทั่วไปนับถือ ตั้งแต่วันสงกรานต์จะมีประชาชนนำเครื่องสักการะมาตั้งบูชาโดยถือว่า วันอัญเชิญผ้าขึ้นห่มเป็นวันสุดท้าย คนส่วนมากที่มาสักการบูชาองค์พระเจดีย์ ต่างมีความรู้สึกสบายใจ บางคนมีโชคมีลาภ ข้าราชการที่จะเลื่อนตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นจะมาขอพรแล้วจะประสบความเร็จยิ่งใหญ่เหมือนเจดีย์ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการสร้างความสามัคคีของชาวอยุธยาและนักท่องเที่ยว
สำหรับเจดีย์วัดสามปลื้ม ตั้งอยู่กลางวงเวียนทางเข้าเมืองด้านทิศตะวันออก ก่อนขึ้นสะพานปรีดี-ธำรงและสะพานนเรศวร ข้ามแม่น้ำป่าสักมุ่งสู่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นสัญญลักษณ์ของจังหวัด ว่าถ้าผ่านเจดีย์วัดสามปลื้มถือว่าเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเจดีย์วัดสามปลื้มเหลือเพียงองค์เจดีย์ตั้งอยู่ตามลำพัง ส่วนอื่นๆของวัดสามปลื้มถูกทำลายไปหมดแล้ว เจดีย์วัดสามปลื้มเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น กรมศิลปากรบูรณะเจดีย์องค์นี้ไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และคงลักษณะสำคัญ
พระเกจิดังปักธงชัย หลวงปู่สมบุญ วัดปอแดง

คอลัมน์ มงคลข่าวสด



ท่ามกลางเทือกเขาที่สูงตระหง่าน ประตูที่จะผ่านไปสู่ดินแดนที่ราบสูงนั้น

บริเวณลุ่มเขาที่อุดมไปด้วยร่มไม้นานาพรรณปกคลุมร่มครึ้ม หากเคยเข้าไปสัมผัสกับความร่มเย็นนี้ คงได้รับรู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริง

สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของวัดศิรีอรัญรุกขาวาส (วัดปอแดง) หมู่ 4 บ้านปอแดง ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

วัดปอแดง เป็นวัดเก่าแก่ประจำตำบลภูหลวง มีรอยพระพุทธบาท ซึ่งชาวบ้านในตำบลและใกล้เคียง ให้ความศรัทธากราบไหว้ปิดทองทุกวัน

มี "หลวงปู่สมบุญ ปริปุณณสีโล" เป็นเจ้าอาวาส และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีอีกรูปใน จ.นครราชสีมา

ปัจจุบันสิริอายุ 76 ปี พรรษา 40

พื้นเพเป็นชาวบ้านปอแดง หมู่ 4 ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2478 โยมบิดา-มารดา ชื่อนายหลอดและนางคำ แรมกิ่ง ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในช่วงวัยเยาว์ เป็นคนที่มีใจใฝ่ในธรรมมาตั้งแต่เล็ก แต่ด้วยทางบ้านมีฐานะยากจน เมื่อจบชั้นประถมศึกษาภาคบังคับ ท่านจึงไม่ได้เรียนต่อเหมือนเด็กคนอื่น

ช่วยทำงานให้ครอบครัวจวบจนมีอายุพอครบเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ได้รับเลือก

หลังจากนั้นจึงได้ใช้ชีวิตฆราวาสมีครอบครัว จนกระทั่งเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตทางโลก จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2514 ณ พัทธสีมา วัดบ้านห้วยสะแกราช ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นคร ราชสีมา มีพระครูสาทรคณารักษ์ (หลวงปู่ก้อน จิตตาสาโท) วัดบ้านห้วยสะแกราช เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิศาลสุขวัฒน์ วัดสุขวัฒนาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุทธิสีลคุณ วัดบ้านห้วยสะแกราช เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบท ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างๆ จากหลวงปู่ก้อน

หลวงปู่ก้อน เห็นว่ามีความสนใจศึกษาและสัมมาปฏิบัติ จึงถ่ายทอดวิทยาคมต่างๆ ให้โดยไม่มีปิดบัง

กล่าวสำหรับหลวงปู่ก้อนนั้น เป็นที่รู้กันดีท่านถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่โต คังคปัญโญ ผู้สืบสายวิทยาคมแห่งสำเร็จลุน พระสังฆราชแห่งประเทศลาวผู้เป็นปรมาจารย์แห่งลุ่มน้ำโขง

ต่อมา หลวงปู่สมบุญเริ่มต้นการธุดงควัตรโดยไปศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานเพิ่มเติมจากหลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง ก่อนออกธุดงควัตรไปที่ภูเขาควาย ณ ประเทศลาว จากนั้นธุดงค์ต่อเนื่องจนทั่วภาคอีสาน เหนือ กลาง ตะวันออกของประเทศไทย จนข้ามไปถึงประเทศพม่า

ท่านยังได้เพียรศึกษาและปฏิบัติกัมมัฏฐานและวิทยาคมจากบูรพาจารย์หลายท่าน อาทิ พระพิมลธรรม(อาจ อาสโภ) ต้นตำรับกัมมัฏฐานแบบยุบหนอ-พองหนอ, หลวงพ่อวิชัย นิรามโยภิกขุ, พระมหาธนิต ปัญญาปสุโต ผู้ริเริ่มงานปริวาสกรรมที่วัดปอแดง, หลวงพ่อเต๋ คงทอง สุดยอดตะกรุดแห่งนครปฐม, หลวงพ่อพระพุทธบาทตากผ้า ศิษย์เอกครูบาศรีวิชัย, หลวงปู่จันทโรภาส วัดป่าข่อย ซึ่งเป็นศิษย์ธรรมหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า

การท่องธุดงควัตรของหลวงปู่สมบุญ เริ่มตั้งแต่ปี 2518 จวบจนถึงปี 2538 ในระยะเวลาการเดินธุดงค์ของหลวงปู่นั้นมีเรื่องราวพบเจอสิ่งแปลกๆ ในป่าใหญ่กลางหุบเขามากมาย เป็นประสบการณ์ที่หลวงปู่สมบุญถ่ายทอดบอกเล่าแก่ลูกศิษย์ที่ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นการภายใน

ครั้นได้ปฏิบัติธุดงควัตรอย่างยาวนานถึง 20 ปี หลวงปู่สมบุญ ได้ตั้งปณิธานจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุด โดยได้พัฒนาบูรณะสำนักฝึก จนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์

คือ วัดศิรีอรัญรุกขาวาส (วัดปอแดง) นั่นเอง
ต่อมา ท่านได้สร้างสวนนิพพานภายในวัด วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และแสดงกตเวทีบูชาต่อบูรพาจารย์ที่อุปถัมภ์สั่งสอน

สวนนิพพาน มีอาณาเขตประมาณ 300 ไร่ เป็นวิเวกสถานแหล่งปฏิบัติธรรม และเป็นสถานปฏิบัติกัมมัฏฐานวิปัสสนาแก่พระสงฆ์โดยทั่วไป

ท่านได้ทำนุบำรุงวัดปอแดง ปฏิสังขรณ์และพัฒนาก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ เรื่อยมา จวบจนปัจจุบัน วัดมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

บรรยายธรรมอบรมสั่งสอนญาติโยม คือ ลดละไฟ 3 กอง คือ โลภะ โทสะ โมหะ

"หากสามารถดับไฟ 3 กองนี้หรือเพียงแค่ลดได้ ชีวิตนี้ก็จะเป็นสุขแล้ว"

ท่านมีปริศนาธรรมหลายอย่างที่สร้างขึ้นเพื่อเตือนสติเหล่าศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธาท่าน คือ "เชิงตะกอนสำหรับตัวท่านเอง" เพื่อเป็นการเตือนสติว่า ทุกอย่างล้วนมีสิ้นสุด เมื่อวันสุดท้ายมาถึงตัวเราไม่สามารถเอาอะไร ไปได้

งานด้านสังคมสงเคราะห์ หลวงปู่สมบุญ ได้ช่วยเหลือนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ด้วยการบริจาคปัจจัยที่ได้รับจากการถวายจากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา นำไปจัดซื้อเครื่องเขียน หนังสือ เครื่องกีฬาต่างๆ ที่จำเป็น ไปมอบให้เด็กนักเรียนตามโรง เรียนที่ขาดแคลนด้วยความเมตตา

ครั้งหนึ่ง หลวงปู่สมบุญ ปรารภกับลูกศิษย์ใกล้ชิด ว่า "กายหยาบนี้มันไม่เที่ยง คอยจะผุพังไปตามกาล เจ็บบ้างปวดบ้าง แม้กระทั้งเรา จะยังทนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสัมมาสติ แต่บางคนก็ยังยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ เราช่วยได้แต่บรรเทาเท่านั้น"

ในการนี้ พระครูสุนทรจารคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิภาวัน (โนนค่าง) และเจ้าคณะตำบลระเริง เขต 2 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่ จึงได้จัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อดูแลภิกษุอาพาธ และช่วยเหลือเรื่องการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณร ตลอดจนนักเรียนทั่วไป

พระครูสุนทรจารคุณ เป็นผู้ดูแลและจัดสร้างเหรียญเสมา "รุ่นกองบุญ" ซึ่งเป็นเหรียญเสมารุ่นแรกของหลวงปู่สมบุญ ออกให้ประชาชนได้เช่าบูชา

เหรียญเสมารุ่นแรกนี้ หลวงปู่สมบุญ ปลุกเสกอธิษฐานจิตเดี่ยว วัตถุประสงค์ เพื่อสมทบทุนในการจัดตั้งกองทุนปริปุณณสีโล สำหรับดูแลพระภิกษุ-สามเณรที่อาพาธ สนับสนุนทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ-สามเณรและเด็กนักเรียนผู้ขาดแคลนในการศึกษา รวมถึงเป็นทุนให้แก่พระวิทยากรอบรมศีลธรรม

ทุกวันนี้ หลวงปู่สมบุญยังคงเดินหน้าพัฒนาวัดและจิตใจของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

วัดปอแดง แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันร่มเย็น สำหรับเป็นที่พักพิงแก่มวลสรรพสัตว์ ฉันใด หลวงปู่สมบุญ ก็เป็นธงธรรมให้ร่มเงาพึ่งพิงจิตใจชาวบ้าน ฉันนั้น

สมกับฉายานามจากคณะศิษย์ว่า"พระดีศรีโคราช"อีกรูป
พระเถรานุเถระที่นิมนต์มาในงานฉลองอายุวัฒนมงคล 92 ปี พระธรรมมงคลญาณ และสวดลักขีบวชชีหมื่นคน ณ วัดธรรมมงคล แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 6 มกราคม 2555 - 9 มกราคม 2555

พระญาณวิศิษฏ์
(หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ) วัดอโศการาม


เจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม


พระธรรมมงคลญาณ กับ หลวงปู่บุญหนา


พระครูปลัดมงคลวัฒน์ ต้อนรับพระเถรานุเถระที่มาในงาน

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระธรรมโสภณ วัดสุทธจินดา

พระธรรมโสภณ วัดสุทธจินดา

พระราชปัญญาวิสารัท (หลวงปู่เหลือง)วัดกระดึงทอง

พระครูศีลาภิรัต วัดธุดงคนิมิต จ.กาญจนบุรี

พระพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น

พระครูวิสุทธิธรรมสุนทร (หลวงปู่บุญเกิด ยุตตฺธัมโม) วัดป่าศรีคุณาราม

พระราชวรคุณ
(หลวงปู่สมศักดิ์ ปั
ณฑิโต) วัดบูรพาราม

หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม วัดสีห์พนม

หลวงปู่เจริญ ญาณวุฑโฒ
วัดถ้ำปากเปียง

พระญาณวิศิษฏ์
(หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ) วัดอโศการาม

หลวงปู่บุญหนา ธมฺมทินโน
วัดป่าโสตถิผล

พระครูอุดมภาวนาจารย์


พระครูธรรมคุณาทร หลวงปู่ศูนย์ วัดอิสรธรรม

พระครูภาวนาปัญญาโสภณ วัดป่าศรีวิไล

พระญาณวิสาลเถร

พระครูสุวิมลบุญญากร (หลวงปู่บุญพิน กตปุญฺโญ) วัดผาเทพนิมิต

พระราชภาวนาพินิจ วัดพุทธบูชา

พระธรรมเจติยาจารย์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

พระครูประสาทศาสนกิจ วัดอาคเนย์ จ.ขอนแแก่น

พระครูศีลจารนิวิฐฏ์ วัดทรงศิลาถ้ำกวาง จ.ขอนแก่น

พระราชวราลังการ วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

พระเทพสารเมธี วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์

หลวงปู่อินตอง สุภวโร วัดป่าวีระธรรม จ.สกลนคร

พระครูพุทธิสารสุนทร วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ก.ท.ม.


พระราชสารสุธี วัดสิริกาญจนาราม จ.กาญจนบุรี



หลวงพ่อประสิทธิ์ ฉันทาคโม วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่

พระครูสันตยาภิวัฒน์ วัดหนองนกกก จ.สกลนคร

พระครูภาวนาจืิตสุนทร วัดอรัญญิกาวาส จ.อุดร

พระครูญาณวรวิสุทธิ์ วัดสันติกาวาส จ.ขอนแก่น

หลวงปู่คูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง


หลวงปู่กัญหา วัดอรัญญิกาวาส จ.สกลนคร


พระเถระเจริญพะพุทธมนต์ถวายพระธรรมมงคลญาณ

พระเถระเจริญพะพุทธมนต์ถวายพระธรรมมงคลญาณ

พระเถระเจริญพะพุทธมนต์ถวายพระธรรมมงคลญาณ

พระเถระเจริญพะพุทธมนต์ถวายพระธรรมมงคลญาณ

พระเถระเจริญพะพุทธมนต์ถวายพระธรรมมงคลญาณ

หลวงปู่บุญเกิด กับ หลวงพ่อวิริยังค์

หลวงปู่บุญมา ถวายสักการะ หลวงพ่อวิริยังค์

หลวงปู่บุญมา และ พระราชวรคุณ ถวายสักการะ หลวงพ่อวิริยังค์

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ถวายสักการะ หลวงพ่อพระธรรมมงคลญาณ


เจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ สนทนากับ หลวงพ่อพระธรรมมงคลญาณ

สาธุจ้า {:4_105:}
วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7819 ข่าวสดรายวัน


เหรียญรุ่นแรกปี 2513 หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน (1)


มุมพระเก่า
อภิญญา



พระเกจิอาจารย์อาวุโสของจังหวัดนนทบุรี ที่สร้างชื่อประดับวงการพระเกจิเมืองไทย มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนยากจน หรือมหาเศรษฐี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักการเมือง ผู้ที่รู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ต่างก็เดินทางมาหาท่าน เพื่อขอพรขอบารมีจากท่านมิได้ขาดสายทุกวัน

'หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ' หรือนามสมณศักดิ์ที่ 'พระครูปิยนนทคุณ' เจ้าอาวาสวัดตะเคียน ถนนพระราม 5 (นครอินทร์) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปัจจุบันอายุ 96 ปี

วัตถุมงคลทั้งพระเครื่องและเครื่องรางของขลังก็เป็นที่นิยมของนักสะสม ล่าสุดกำลังโด่งดังเครื่องรางของขลัง 'เสือปืนแตก' และ 'เสือเดือนเพ็ญ' แต่ที่หายากสุดๆ เวลานี้ต้องยกให้เหรียญรุ่นแรกของท่าน สนนราคาเล่นหานับวันสูงขึ้นเรื่อยๆ



ตามประวัติ หลวงปู่แย้ม เป็นชาวสมุทรสาคร เกิดที่ ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2459 ในครอบครัวชาวนา

มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันทั้งหมด 4 คน ท่านเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของครอบครัว โยมบิดาชื่อเพิ่ม โยมมารดาชื่อเจิม ปราณี

เยาว์วัยได้เข้าศึกษาหาความรู้ที่โรงเรียนประชาบาลวัดหลักสองของ อ.บ้านแพ้ว แต่เรียนได้แค่ชั้นประถมฯ 1 เพราะต้องอยู่บ้านเพื่อช่วยบิดาทำนาหาเลี้ยงชีพ ครั้นอายุได้ 14 ปี ต้องลาออกจากโรงเรียนอย่างเด็ดขาด เพราะว่าโตเกินกว่าที่จะไปโรงเรียนแล้ว จึงได้ออกมาช่วยบิดาทำนาเรื่อยมา

จนกระทั่งอายุได้ 20 ปี ได้เข้าอุปสมบทที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมี พระครูคณาสุนทรนุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการเหลือ เจ้าคณะตำบล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา 'ปิยวัณโณ'

ระหว่างครองเพศบรรพชิต มีความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติเป็นอันมาก รวมทั้งยังตั้งใจศึกษาธรรมะอย่างเอาจริงเอาจัง จนสามารถสอบได้นักธรรมตรีในพรรษาแรกเท่านั้น พอย่างเข้าพรรษาที่ 2 ท่านก็เกิดอาพาธหนัก จนโยมพ่อต้องมารับกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ได้ 'หมอนุ่ม' เป็นคนต้มยาสมุนไพรไทยรักษาจนหาย โดยพักรักษาตัวอยู่เกือบเดือน จึงกลับไปจำพรรษาที่วัดได้ตามเดิม

วัดหลักสองบำรุงราษฎร์สมัยนั้น พระภิกษุจะเก่งในเรื่องช่าง ไม่ว่าจะเป็นช่างไม้ ช่างปูน ช่างทาสี พระภิกษุเหล่านี้จะเป็นที่โปรดปรานของเจ้าอาวาสมาก

หลวงปู่แย้มเองก็มีงานช่างทำเหมือนกันคือ เป็นช่างพิมพ์กระเบื้องในโรงงานของวัด วันหนึ่งต้องพิมพ์ให้ได้ถึง 530 แผ่นทีเดียว เพื่อให้ทันเวลาที่จะนำไปสร้างกุฎีสงฆ์หลังใหม่ จนอาจกล่าวได้ว่ากระเบื้องทุกแผ่นที่วัดหลักสองฯ ใช้สร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หรือกุฎีสงฆ์ เป็นฝีมือของหลวงปู่แย้มทั้งสิ้น นอกจากงานด้านช่างแล้ว ท่านยังได้ศึกษาวิชาหมอยา เพื่อสงเคราะห์ชาวบ้านแถบนั้นด้วย โดยลงมือศึกษาค้นคว้าในเรื่องของตัวยาสมุนไพรและคาถาอาคมที่จะใช้เสกกำกับลงไปในตัวยาเพื่อใช้สำหรับการรักษา จนท่านมีความมั่นใจในตัวยาสมุนไพรที่ท่านได้ศึกษาจากตำราและค้น คว้าด้วยตัวเอง

ท่านก็เริ่มลงมือช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนได้ทันที ในพรรษาที่ 2 ของการเป็นพระภิกษุนั้นเอง
วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น. ข่าวสดออนไลน์


เหรียญพญานาคเกี้ยว


เปิดตลับพระใหม่





จากตำนานและความเชื่อเรื่องพญานาค ว่าอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล เห็นได้ว่าตามวัดต่างๆ บันไดทางขึ้นพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ มักจะปรากฏภาพและรูปปั้นพญานาค

ทั้งยังมีความเชื่อว่าพญานาคมีถิ่นอาศัยในห้วงน้ำวนลึกใต้พิภพบาดาล ในทุกปีที่ผ่านมาจะมีการจัดงานรำลึกพญานาคที่องค์พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยใช้ชื่องานว่า ′วันสัตตนาคา′

ในปี พ.ศ.2554 คณะกรรมการชมรมพุทธศิลป์นครพนม ได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญพญานาคเกี้ยว เพื่อรำลึกบูชาถึงครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิกัมมัฏฐานชื่อดังภาคอีสาน ที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับพญานาคในอดีตชาติ

เหรียญพญานาคเกี้ยวจัดสร้างเป็นเนื้อเงิน 38 เหรียญ เนื้อสัตโลหะ 99 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 99 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 99 เหรียญ และเนื้อทองแดง 2,554 เหรียญ

ด้านหน้าเหรียญ เป็นเหรียญรูปทรงแปดเหลี่ยม คล้ายเหรียญพระธาตุพนม รุ่นสมโภชปี 2518 มีเส้นสันนูนรอบขอบเหรียญ ถัดเส้นด้านในเป็นฟันปลาสามเหลี่ยมคล้ายกลีบบัวล้อมรอบ กลางเหรียญมีภาพนูนพญานาค 2 ตน กึ่งกลางเหรียญด้านซ้ายใกล้ขอบคล้ายฟันปลาระหว่างลำตัวพญานาค ตอกโค้ดตัวหนังสือจีน 2 ตัวกำกับ อ่านว่า ′หลง′ หมายถึง พญานาค หรือมังกร ด้านขวาแนวระนาบเดียวกันตอกโค้ด ′ตัวเซี่ยน′ หมายถึง เงิน เฉพาะเนื้อเงินแจกกรรมการ ตอกโค้ดกึ่งกลางระหว่างหางคำว่า ′ขว้างจิง′ หมายถึง ทองคำ ด้านล่างสลักตัวหนังสือคำว่า ′พญานาคเกี้ยว′ ใต้ตัวหนังสือบรรทัดดังกล่าวตอกนัมเบอร์รันจำนวนเหรียญกำกับไว้

ด้านหลังเหรียญ มีเส้นสันนูน รอบขอบเหรียญมีจุดไข่ปลาล้อมรอบ ใต้ขอบเหรียญมุมบนสุดมียันต์ ′นะนิพพาน′ และอักขระตัวธรรมขนาบสองข้างจากซ้ายไปขวาอ่านว่า ′เหตะลักขะชิชิสะสะ รุจุเมคาคะสัง′ ถัดลงมามียันต์มหาปรารถนา พร้อมอักขระตัวธรรมในช่องนับได้ 17 ตัว ใต้ยันต์มีอักขระตัวธรรม บรรทัดแรกอ่านว่า ′ชินะตาชิมานิ โนเยนะเยโน′ บรรทัดที่ 2 อ่านว่า ′ธิสิทวะภาธิสิท′ บรรทัดล่างสุดสลักปีที่จัดสร้างระบุ ′พ.ศ.๒๕๕๔′

เหรียญรุ่นนี้เข้าพิธีพุทธาภิเษก 3 วาระ ครั้งแรกที่วัดป่าโนนแพง อ.บ้านแพง เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2554 โดยพระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร ครั้งที่ 2 ที่วัดพระธาตุพนม เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2554 และครั้งสุดท้าย ที่วัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก ในพิธีฉลองพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2554

เหรียญพญานาคเกี้ยวมีพุทธคุณโดดเด่นด้านคุ้มครองแคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง เมตตามหานิยม โชคลาภทำมาค้าขายดี

เหรียญรุ่นนี้ เนื้อเงิน เนื้ออัลปาก้า สัตโลหะ นวโลหะ แจกฟรีให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านศาสนา ส่วนเนื้อทองแดงสร้างตามพ.ศ.สร้าง เช่าบูชาเหรียญละ 200 บาท ได้ที่วัดมหาธาตุ แถมหนังสือ ′เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง′ บันทึกชีวประวัติและปฏิปทาหลวงปู่คำพันธ์

เป็นอีกหนึ่งเหรียญสำหรับผู้ที่เกิดปีมะโรง
ชอบศึกษาเกี่ยวพระเครื่องเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะได้จากการไปทำบุญ
แล้วเหรียญสำหรับปีจอ ล่ะ พี่แมว
กลับไปยังรายบอร์ด